Bitter sweet

posted on 25 Nov 2011 11:39 by redtear
 
 
ค่ำคืนหนึ่งในฤดูฝน    ณ  ใจกลางเมืองหลวง  ฝนโปรยปรายทั่วฟ้ารดไหลลงสู่อาคารและพื้นคอนกรีต  อณาบริเวณถ้วนทั่วพลัน 'ชุ่มชื้น'  หรือควรเรียกอีกอย่างว่า 'ฉ่ำแฉะ' ในแบบฉบับมหานคร

ผู้คนในเมืองกรุงต่างเฝ้ารอการจากไปของละอองฝนมากกว่าการมาเยือน  และหลบฉากรอภายใต้อาคาร  หรือแม้แต่ส่วนกันสาดของอาคารที่ยื่นโผล่มาเล็กน้อยก็จำยอมต้องเข้าไปอิงอาศัย  เพื่อไม่ให้เม็ดฝนฝนแตะต้องกายก็พอ

บุคคลทั่วไปต่างเป็นเช่นนั้น

ท่ามกลางฝนที่ยังสาดสาย  มีชายคนหนึ่งซึ่งเราอาจเรียกเขาได้ว่า  "คนชายขอบของสังคม"  บ้างก็เรียกสั้นๆ  "คนจร"

เขายืนท่ามกลางสายฝนอยู่อย่างนั้น  เชิดหน้าขึ้นฟ้าและเหม่อมองฝนที่ปะทะใบหน้า  ราวกับไม่มียี่หระต่อความหนาวเย็นหรือกระทั่งไข้หวัด

ไม่อาจรู้เหตุผลแท้จริงที่เขาต้องยืนตากฝนให้สายฝนชโลมกาย   แต่มีความรู้สึกหนึ่งแวบเข้ามาในความคิดคำนึงของผู้เฝ้าสังเกตุการณ์  คล้ายว่าเขาต้องการบอกคนอื่นว่า

"ฝนเพียงเท่านี้ไม่เท่าไหร่  ถือว่าเล็กน้อย  ความทุกข์ที่เขาได้รับมาตลอดชีวิตมันมากมายกว่านั้น"

 

 

 

 

 

 

และหากตอนนี้เขาร่ำไห้

ใครเล่าจะมองเห็น

 

 

 


..................

 

 

 


บนรถเมล์โดยสารอากาศร้อนระอุ  ผู้คนแก่งแย่งกันขึ้นและลงทุกวี่วัน ความแออัด  ความเบียดเสียด  ความร้อน  อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเราหันมาทำดีต่อกันน้อยลง

น้ำใจในสังคมนับวันยิ่งดูเหมือนจะค่อยๆแห้งเหือดหาย

ซึ่งสวนทางกับน้ำตาของผู้คน  ซึ่งต่างหยดซึมสู่จิตใจตนเองมากขึ้นทุกวัน

 


เธอ  ถือสัมภาระเป็นถุงพลาสติกใบใหญ่สองใบขึ้นรถประจำทาง  อากาศร้อนเรียกเหงื่อซึมผุดบนใบหน้า ก้าวขึ้นมายืนบนรถเป็นที่เรียบร้อย  และเธอยังคงยืนอยู่เช่นนั้น

เธอถอนลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาด้วยความอ่อนล้าจากสัมภาระ  อาจเตรียมใจไว้เนิ่นนานแล้วก็ได้  ที่ต้องยืนเช่นนี้จนถึงที่หมาย

 


"คุณครับ"  เสียงหนึ่งเรียกเธอหันมา

"นั่งตรงนี้ก็ได้ครับ"

เธอกล่าวขอบคุณเบาๆ  พร้อมส่งยิ้มที่เปี่ยมไมตรี

 


เมื่อทั้งคู่ต่างถึงที่หมายของตนก็ก้าวลงจากไป  และอาจไม่ได้พบกันอีก  เพียงการปันน้ำใจบนรถโดยสาร  คงเป็นเรื่องราวเล็กๆน้อยๆเรื่องหนึ่งบนโลกใบนี้ อาจไม่ได้ลงประกาศตามหน้าหนังสือพิมพ์ และเป็นเพียงเรื่องเล็กๆและกระจ้อยเสียจริง

 

 

 

 

 


แต่สำหรับคนทั้งสอง  ทั้งผู้แบ่งปันและผู้รับ

มัน  "ยิ่งใหญ่"  เสียนี่กระไร

 

 

 

 

 

 

 

.......

 

 

 

 

 

 

 

ชีวิต

 


เป็นถ้อยคำหนึ่งที่แผ่วเบาและแสนสั้น  แต่หลากหลายความหมายซึ่งแฝงอยู่ในคำเพียงคำเดียว

ส่วนหนึ่งของความหมายในถ้อยคำนั้น

คือ    'ทุกข์'  และ   'สุข'

 



นักเขียนท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า

"ความทุกข์เมื่อระบายแก่กันลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง

ความสุขเมื่อแบ่งปันเพิ่มเป็น2เท่า"

 
 
 
 
ทุกวันนี้เราแบ่งปันความสุข  และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความทุกข์มากน้อยเพียงใด ?
 
 
 


หากจะให้เปรียบเปรยความหมายของชีวิตเป็นดั่งเช่นกระดาษขาวใบหนึ่ง 

และมีจุดแต้มสีดำ ขนาดเท่าเหรียญบาท อยู่ตรงกึ่งกลางหน้ากลาง

คำตอบที่ได้ก็คือ

"มีแต่จุดสีดำวงกลมอยู่ตรงกลาง"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โดยที่เราหลงลืมไปว่า

ในหน้ากระดาษใบนั้น ยังมีมีพื้นที่สีขาวตั้งมากมาย

ที่ให้เรา
 
 
 
 
 
 
"ได้เลือกมอง"
 
 
 
 
 
 
 
-------
 
 
ตามโครงการ สุขทุกศุกร์นะครับ :D
 
(เรื่องนี้นำมารีไรท์นะครับ หวังว่าคราวหน้า ผมจะพยายามมากกว่านี้ :))
 
 
 
 
 
 

edit @ 26 Nov 2011 10:36:42 by redtear