ผมกับความประหลาดใจ
posted on 25 Oct 2007 01:42 by redtear
ในโลกนี้มีเรื่องที่น่าแปลกประหลาดอยู่หลายเหตุการณ์ทีเดียว
สำหรับผมจะนับว่าเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องแปลก
ได้หรือไม่
โลกในปัจจุบัน โลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่เพียบพร้อม
บริษัทผู้ผลิดอาหารมีกำลงผลิตอาหารป้อนสู่ประชาการโลก
มากว่า10ปีก่อนได้ถึง20เท่าด้วยเทคโนโลยี การขนส่ง วิทยาศาสตร์การถนอมอาหาร
แต่ทำไมยังมีเด็กที่ยังเป็นโรคขาดสารอาหาร
ผู้หญิงที่ไร้นมให้บุตร
อย่าว่าแต่นมให้บุตรอาหารแต่ละมื้อยังหาทานได้ลำบาก
หรือแม้แต่โรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้
จากวิทยาการสมัยนี้
เด็กบางคนถึงไม่ได้รับการรักษา
และต้องลาจากไปก่อนวัย
ทำไม?
ในขณะที่ซีกโลกหนึ่งกำลังมีความสุขจากโลกที่ขนานนามได้ว่าบริโภคนิยม หรือทุนนิยมนั้น
กลับมีคนหลายๆล้านคนในอีกเศษเสี้ยวของโลกอีกนับหลายร้อยเสี้ยว
กลับต้องผจญกลับความทุกข์ยาก หิวโหย โรคภัยไข้เจ็บ
ประหลาดเหลือเกินจริงๆ
-สยามสแควร์ในกลางวัน
สยามสแควร์ในสายตาผมเหมือนเด็กสาวทีไม่มีวันที่จะโต
ยังคงความน่ารักสดใสมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ของผม
คงราว30ปีขึ้นเห็นจะได้
ความน่ารักของเธอยิ่งสดใสขึ้นทุกวี่ทุกวัน
รถหรู สิ้นค้าแบนร์ดเนม สินค้าคุณภาพเยี่ยม
เสื้อภาษาสวย เท่ห์ราคาแพง
เครื่องประดับ รองเท้า ต่างๆนานา
ดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จตายตัวของบุคคลในที่สยามแควร์ส่วนใหญ่
เรื่องราวดูเหมือนทุกคนจะมีความสุข
ผู้บริโภคมีความสุข คนค้าขายก็มีความสุข
น่าจะจบด้วยดี
แต่
-สยามสแควร์ยามกลางคืน
ดูเหมือนจะกลายเป็น
ที่พักพิ่งชั่วคราวของคนจร ไร้ที่หนุนนอนได้อย่างปลอดภัย
ผมคิดแทนพวกเขา เขาคงคิดขอบคุณกลางคืนที่ช่วยขับไล่
คนกลางวันให้รับรู้ว่านี่หมดเวลาของคนกลางวันแล้ว
ต่อไปคนกลางคืนจะมาขออาศัยต่อจนถึงวันใหม่
ดูเหมือนเป็นเรื่องชาชินของทุกคน
คงจะไม่แปลกหากจะมีคนจรในกลางคืน
ผมก็ไม่แปลกใจนักหรอก
จนกระทั่งคืนหนึ่งในถดูฝน
ท่ามกลางฝนที่ตกปรอยๆ
ผมกำลังเดินทางกลับบ้าน
ผ่านทางสยามสแควร์
ไปยังป้ายรถเมล์
มีหญิงคนหนึ่งนั่งบนพื้นข้างทาง
พร้อมกับลูกสาวนอนหนุ่นตัก
ลูกสาวเธอมีผ้าสีขาวบางๆคลุมร่างเธอมิดชิด
ผมสังเกตุอย่างช้าๆ
เธอร้องเรียกลูกแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วน่าหดหู่
พร้อมกับลูบผมบนหัวลูกสาวเบาๆ
ผมคิดว่าลูกเธอคงไม่สบาย
ผมจึงมองไปยังใบหน้าของลูกสาวเธอ
ผมตกใจ
ในใจผมคิดไปทางอกุศล คิดว่าลูกสาวเธอเสียชีวิตแล้ว
เป็นเพราะเสียงของเธอตอนเรียกลูกสาวนั้นขาดเป็นห้วงๆพร้อม
ใบหน้าและริมฝีปากของลูกสาวเธอซีดราวไม่มีชีวิตก็ปาน ทำให้ผมคิดอย่างนั้น
ผมเดินผ่านเธอไป2-3ช่วงตัว
ที่ผมประหลาดใจเข้าไปอีกคือ
ดูเหมือนไม่มีใครสนใจเธอ
และเหมือนเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น
ผมคิด
ลูกสาวเธอจะเป็นอย่างเด็กคนอื่นไหมหนอที่เป็นโรค
ที่สมัยนี้รักษาได้อย่างง่ายดาย
แต่กลับเป็นเรื่องยากในการรักษา
สำหรับใครบางคนและพวกเธอ
มาถึงตรงนี้
ผมก็คงไม่ต้องประหลาดใจอีกต่อไปแล้ว
ในเมื่อผมก็รู้อยู่แก่ใจว่าคืนพรุ่งนี้ก็คงไม่แตกต่างกัน
#1 By Kadaj on 2007-10-25 01:52