ปอกเปลือก

posted on 21 Jan 2008 00:23 by redtear  in article

 

         

 

 

วันนี้เวลา 24.00 เป็นวันที่21 มกราคม พ.ศ. 2551 ช่วงเวลาที่คาบเส้นแบ่งวันและเวลา เมื่อไม่กี่วินาทีมันยังเป็นเมื่อวันวาน ก่อนที่จะเข้าบ้านผมเหลือบมองท้องฟ้าที่มืดมัว แต่ก็ไม่ได้มืดสนิท มองไปทางขวามือก็คงเห็นแสงสีส้ม นั่นคงเป็นแสงไฟที่สะท้อนจากไฟฟ้าของเมืองหลวงก็เป็นได้ ผมชักไม่ค่อยที่จะแน่ใจ แต่ที่ผมแน่ใจไปกว่านี้คืออีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ท้องฟ้าจะคลี่ม่านสีดำ ผลัดเปลี่ยนเป็นสีส้ม แสด หรือทอง แล้วแต่ที่เราจะสังเกตุเห็นได้

 

"วันใหม่จะมาถึง"

 

แต่หากจะให้พูดกันตามจริงผมไม่ได้มีเวลามานั่งชื่นชมอากาศยามใดๆก็ตามแต่ได้นานซักเท่าไหร่ ผมได้แต่จินตนาการตามภาพที่เคยพบเห็นเมื่อนานมากแล้ว

 

ดังนั้นจะว่ากันตามตรง การที่ผมมาสังเกตุความเป็นไปตามธรรมดาของสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็เพราะคงอารมณ์ที่ไม่ปกติของผมก็เป็นได้ จึงอยากที่จะหยุดพักสักนิด ให้ได้คิดอะไรสักหน่อย

 

ด้วยอะไรๆที่เร่งรีบ หลายๆอย่างจนเรียกได้ว่าทุกๆอย่าง ถูกกำหนดไว้ตายตัว จนรู้สึกได้ว่าไม่มีอิสระ คำว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะเป็นฟ้าวันใหม่ในความรู้สึกตอนนี้ แทนที่จะได้มาชื่นชมความงดงามของยามเช้า กลับนึกถึงได้แต่เพียงว่าพรุ่งนี้เรามีอะไรบ้างที่ต้องสะสางจัดการ และทำให้มันสำเร็จ

 

จนเมื่อมันถึงเวลาที่ สิ่งที่ผมคาดคิดมันไม่เป็นไปดั่งที่ใจที่วางแผนไว้ต้องการ จึงกลายเป็นความรู้สึกผิดพลาดและล้มเหลวเข้ามาเกาะกุมใน อารมณ์และความรู้สึกนึกคิด

 

จนท้ายที่สุดมันประกอบกันเป็นรูปเป็นร่าง จนกลายร่างมาเป็น "ความเหงา " เกินกว่าจิตสำนึกจะทราบได้ว่ามันประกอบมาเป็น ความเหงาได้อย่างไร และผมก็คาดๆเดาว่าผมอาจจะเหงาจำนวนครั้งประมานนี้ก็เป็นได้

 

จนอย่างน้อยที่สุดความเหงาทำให้ผมคิดว่า อย่างน้อยความเหงานี้แหละ มันทำให้ผมรู้สึกอิสระ อย่างน้อยผมก็ยังผมยังมีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ผมก็มีสิทธิ์ที่จะเหงา ไม่มีใครมาแย่งอารมณ์เหงาของผมไปได้หรอก

 

 "ผมสามารถเหงาได้ทุกเมื่อเท่าที่ใจผมต้องการ"

 

 

 

ผมกลับย้อนไปคิดถึง เรื่องท้องฟ้า เวลาที่ค่อยเดินไปข้างหน้า เวลาเดินอย่างซื่อตรงโดยไม่ห่วงว่าคนเราจะเดินตามเวลาทันและใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าหรือเปล่า

 

มันก็คงเป็นเรื่องของเวลา

 

ผมสนใจอีกเรื่องมากกว่า ผมสนใจท้องฟ้าที่ปรับเปลี่ยนสีได้ตามความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อมันเปล่งแสงสีฟ้า เหลือง ขาว สว่าง มนุษย์หรือบรรดาสรรพสัตว์บนโลกรวมไปถึงพืชจะได้ใช้ประโยชน์จากท้องฟ้าเต็มที่ ทำกิจกรรม ใช้แสงในการอ่านหนังสือ ทำงานเพาะปลูก ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่างๆ การล่าสัตว์ การแสวงหาความอบอุ่น ต่างๆนานา

 

จนเมื่อมันเปลี่ยนสีเป็นสีโทนดำๆ ทึบๆ ก็เพื่อ  สิ่งมีชีวิตบนโลกอีกนั่นแหละ หลังจากการตรากตรำงานหนัก การต่อสู้เพื่อการอยู่รอดในการดำรงชีพ ได้พักผ่อน เป็นรางวัลตอบแทน หรืออีกส่วนหนึ่งในชีวิตอื่นได้ออกเริ่มชีวิตในช่วงกลางคืน อย่างเช่นสัตว์ป่าบางชนิดที่ออกล่าสัตว์อื่นๆในยามกลางคืน

 

เป็นดั่งเช่นนี้มานานแสนนาน ผมไม่รู้ว่าคนอื่นรับรู้และรู้สึกถึงหรือเปล่าแต่ผมรู้สึกได้ถึงการดูแลจากท้องฟ้า จากธรรมชาติ หรือคนที่ตกอยู่ในช่วงอารมณ์อ่อนไหวมักจะมีอารมณ์ที่รับรู้สิ่งต่างที่ละเอียดอ่อนได้รวดเร็ว

 

ไม่ใช่แค่นั้นผมที่จะกล่าว ผมได้รับความรู้สึกปลอดภัยจากการสังเกตุความเป็นไปในครั้งนี้ จนทำให้คิดอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา ว่า"ความเหงา"นี่แหละ กำลังปกป้องผมอยู่

 

ความเหงาเป็น"เปลือก"

 

คำว่าเปลือกมันชวนให้นึกถึง สิ่งของที่เป็นภายนอก ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่ของที่อยู่ได้คงทนและยาวนาน      แต่สำหรบช่วงเวลานี้ ผมนึกอยากที่จะขอบคุณ "เปลือก"

 

อย่างพุทธศาสนาบอกว่า ธรรม ก็เหมือน แก่นไม้ คนนั้นมองแต่กระพี้ไม้(ส่วนของเนื้อไม้ที่อยู่ด้านนอก)ไม่ได้มองที่แก่น ไม่ได้กล่าวเพื่อจะมาขัดแย้งกับหลักธรรมคำสอนนะครับ เพียงแต่ยกมาเพื่อกล่าวอ้างว่าบางเวลาแก่นก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าเปลือกไม้ภายนอก

 

อย่างไก่ ก่อนจะฟักเป็นตัวได้ก็ต้องมีเปลือกไข่ จริงอยู่ที่ภายในเปลือกนั้นสำคัญแต่จะหมดความสำคัญไปทันทีและไม่ได้เกิดขึ้นมาถ้าไม่มีเปลือกไข่ปกป้อง

 

คนเราสวมเสื้อผ้านอกจากจะเพื่อปกปิดร่างกายให้เรียบร้อย และให้ความอบอุ่นแล้ว ยังเพื่อสร้างเสริมความมั่นใจให้กับภายในได้อีกด้วย

 

เราเข้าสังคม เราใช้สร้างลักษนะนิสัยบางอย่างออกมา ทั้งที่อยู่ที่บ้านเรากลับเป็นอีกคน นี่ก็เป็นเปลือกอีกอย่างหนึ่งที่เราสร้างขึ้นมา (ส่วนใหญ่ทั่วไปเราเรียกว่าการสวมหน้ากาก แล้วเล่นไปตามบทบาทที่ควรจะเป็นในการเข้าสังคม)

 

ผมและทุกคนก็เช่นกันก็มีเปลือกที่สร้างขึ้นมากับทุกๆสังคมที่ผมใช้ชีวิตอยู่ เปลือกจึงมีค่าที่พร้อมจะเปิดให้เห็นสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ภายในเปลือกนั้น และเปลือกของผมก็พร้อมที่จะเปิดเมื่อมันถึงเวลา

 

คุณอยากจะพบเห็นข้างในนั้นบ้างหรือเปล่าล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ปล.

ท้ายนี้ 1.ต้องขอบคุณเปลือกอีกครั้ง ที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นและพร้อมที่จะเติบโต  

2.ท้องฟ้าก็อาจเป็นเปลือก ที่ห่อหุ้มโลกเอาไว้ และกำลังปกป้องโลกอย่างสุดฤทธิ์

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เขียนดีน่ะ Hot!

#1 By on 2008-01-21 02:30

^
^
ตี 2 กว่าแล้ว ยังไม่นอนกันอีกเนาะ...
สอนผมปอกเปลือกมั่งสิ

#3 By กวีปิศาจ on 2008-01-21 09:07

อืมม เห็นด้วยค่ะ เปลือกจะเปิดออกก็ในเวลาและโอกาสที่เหมาะสมนะคะ big smile

#4 By maebin on 2008-01-21 11:29

อันื้จิงก้อดีนะจะด้ายมะเจ็บเวลาโดนกระแทก อูยเจ็บแทนเลยembarrassed sad smile

#5 By (61.7.190.99) on 2008-01-21 13:22

sad smile embarrassed embarrassed ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี

#6 By saravin (61.7.190.99) on 2008-01-21 13:23

เปลือกนอกเมื่อถูกลอกไปหากปล่อยให้ก่อตัวเป็นเปลือกใหม่มันก็จะแข็ง แกร่งกว่าเดิมค่ะ เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคจึงควรเลือกที่ทางร้านเค้าปอกเปลือกมาให้แล้ว cry

ป.ล. ความเหงาไม่มีตัวตน มันคือสิ่งที่เราทุกคนสร้างขึ้นมาเอง big smile ดังนั้นเราจึงสามารถทำลายมันไปเมื่อไรก็ได้ ต่อเมื่อใจเราพร้อม

สู้เค้าค่ะพี่อ๊อบ question

ป.ล. ชอบเรื่องที่พี่เขียนค่ะ อ่านแล้วจินตนาการไปได้ไม่รู้จบ confused smile

#7 By ire_u on 2008-01-21 16:44

#3พี่ กวีปิศาจ เมื่อเราพร้อม เปลือกมันจะหลุดออกมาเองครับ เป็นกำลังใจให้ผ่านทางนี้นะครับbig smile

#4คุณ+ MaeBin + เห็นด้วยเหมือนกันครับopen-mounthed smile

#5,6คุณ saravin เจ็บแทนได้มั้ย อยากฟังแค่นี้question

#7น้องไอ 555+ ขอบคุณที่ติดตามเสมอครับน้องไอ น่ารักมากกsurprised smile

#8 By redtear on 2008-01-21 16:56

ความเหงาเป็นอาการของคนกรุงเทพที่เดียวหรือเปล่าหนอ
การมาอ่านบล็อกในวันนี้เราพบว่า ขณะที่เรานั่งเหงาและกรอยเพียงลำพังอยู่บ้าน ที่มุมหนึงของกรุงเทพก็มีคนทำแบบเดียวกันนี้
Alone
Together
.
.
ปล. ไม่รู้สึกเหมือนอ่านบล็อกเลย เหมือนอ่านหนังสือที่ได้รับการคิด คิด คิด ก่อนจะเขียน
เจ๋ง!big smile

#9 By siamesekid (58.8.193.37) on 2008-01-21 18:13

#9 คุณ siamesekid ขอบคุณนะครับ และจะเก็บความรู้สึกดีๆที่คุณsiamesekidมอบให้ครับ
และก็มาAlone Together ครับbig smile

#10 By redtear on 2008-01-21 20:52

ความเหงาเป็นอาการที่ใครที่ใหนก็เป็นได้
แล้วแต่ เวลาและสถานที่ที่ให้เรานึกถึงมัน

#11 By poo-picca on 2008-01-21 21:03

การที่ผมมาสังเกตุความเป็นไปตามธรรมดาของสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็เพราะคงอารมณ์ที่ไม่ปกติของผมก็เป็นได้ จึงอยากที่จะหยุดพักซักซักนิด ให้ได้คิดอะไรซักหน่อย
...

โอย เหมือนฝ้ายเปี๊ยบ อารมณ์แบบนี้เลย แต่ไม่เคยบรรยายออกมาได้กระชับได้ใจความสักที

หลังๆฝ้ายเหงาบ่อยมากกกกกกกกกกกกกก

จะเบิ้ลตัว ก สักที่ตัวคงนับได้ไม่หมดเท่าจำนวนครั้งที่เหงาน่ะค่ะ บางครั้งก็รำคาญตัวเองน่ะค่ะว่าจะเหงาไปถึงเมื่อไหร่วะเนี่ย

และเวลาเหงา ฝ้ายก็ชอบมองท้องฟ้า ทำตัวเป็นนางเอกเอ็มวี แต่พอมองแล้วก็รู้สึกดี เหมือนว่าเรายังมีความหวังอยู่ทุกเวลา..

ปล.เหงาได้ แต่อย่าเหงานานนะคะ big smile

#12 By vinn* on 2008-01-21 22:04

เปลือก มีไว้เพื่อให้ เปลือย ออกมาในสักวันสินะcry

#13 By PoY on 2008-01-21 22:12

#11คุณปู โอ้ววว ช่ายยเลยยconfused smile

#12น้องฝ้าย ดีครับการมีความหวังการมองโลกในทางบวก เป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้เรามีพลังและกำลังใจที่จะต่อสู้ได้อีกbig smile

#13คุณPoY ช่ายเลยครับและมันก็เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กันด้วยครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนเสมอๆด้วยครับbig smile

#14 By redtear on 2008-01-21 23:29

มินก็ว่าความเหงาเป็นเปลือกค่ะ
เป็นเปลือกที่มองไม่เห็น
ไม่มีใครทำให้แตกออกมาได้
เว้นแต่ว่าเราจะฟักมันออกมาเอง

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะพี่ชาย ^^
ตอนแรกนึกว่าอ่านเรื่องสั้นแน่ะค่ะ เขียนดีนะคะ เพราะมันตรงกับอารมณ์มนุษย์เดินดินทุกคน ที่คุณอ็อบเขียนมานี่เราว่าสื่ออารมณ์ของทุกคนได้ดีเลยล่ะค่ะ ขอชมอีกครั้งว่าช่างคิดมากๆที่เอาความเหงามาเป็นเปลือก ซึ่งก็แปลกดี เพราะคนเราไม่อยากเหงา ทั้งๆที่ความจริง ทุกคนเหงากันอยู่บ่อยๆ หรือคนเราอยากออกจากเปลือกกัน? เราอยากเป็นลูกเจี๊ยบที่บินได้สินะ?

แต่ฮิๆ ขอเสริมอะไรหน่อยค่ะ สภาพการเรียนคณะถาปัดทำให้รู้สึกว่ากลางคืนคือเวลาทำงานล่ะค่ะ ช่วยให้คึกคักด้วยซ้ำ 55+
อนึ่ง ตอนนี้เปลือกของโลกเรากำลังร้าวและบางลงๆแล้วล่ะค่ะ

#16 By alamode on 2008-01-22 21:08

เปลือก.. กับ ความเหงา..
มีความสำคัญ ณ เวลาหนึ่ง และจะหมดค่าลงไปเมื่อถึงเวลา
#15 น้องมิน big smile ขอบคุณกำลังใจจากน้องมินที่ให้พี่เสมอมาเช่นกันครับ

#16คุณalamode ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับbig smileจะเก็บความรู้สึกดีๆนี้ไว้นะครับ และเพิ่งรู้ว่าชาวสถาปัตฯชอบทำงานดึกๆ wink คงเพราะความเงียบสงบในยามวิกาลใช่หรือเปล่าครับทำให้สร้างไอเดียใหม่ๆได้ดีconfused smile

#17คุณ~* พระอาทิตย์สีชมพู *~ double winkใช่เลยครับเพียงแค่รอเวลา บางคนรอไม่ได้มันจึงเกิดปัญหา cry

#18 By redtear on 2008-01-23 11:06

เคยมีเหมือนกันน่ะอารมณ์เหงาๆเนี่ย แต่สำหรับตัวเองจะไม่ยอมให้อยู่ในสภาวะอย่างนั้นนานๆ หรอกน่ะ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบความเหงาหรอกน่ะ ความเหงาบางครั้งก็ดีทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมองดูตัวเอง มองคนรอบๆข้างว่าเขาเป็นยังไงกันบ้าง
เราเคยรู้สึกว่าคนเรามักที่จะสร้างภาพของตัวเองขึ้นมาเพราะว่าต้องการปกป้องความอ่อนแอของตัวเองไว้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งผิดเหมือนกันที่เราทำอย่างนั้น ก็ในเมื่อโลกแห่งความเป็นจริงเราไม่สามารถที่จะแสดงความรู้สึกของเราได้อย่างเต็มที่ เราก็ต้องหาวิธีการที่ดูใกล้เคียงมากที่สุดมาใช้ ช่วงแรกอาจจะฝืนความรู้สึก แต่ถ้าเราไม่คิดอะไรมันก็จะผ่านไป เพียงแต่ว่าเปลือกที่เราสร้างขึ้นมานั้นมันจะต้องไม่ไกลไปจากความเป็นตัวเรามากที่สุดนั่นแหละดีที่สุดแล้ว big smile big smile

#19 By earth on 2008-01-23 17:40

เปลือกจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องสิ่งที่อยู่ภายในซึ่งอ่อนแอกว่าจากอันตรายที่อยู่ภายนอก
สำหรับพี่แล้ว ความเหงามันเป็นสิ่งที่อยู่ภายในเปลือกน่ะครับsurprised smile

#20 By Ripley on 2008-01-23 19:07

ทิ้งเปลือก
ลืมแก่น
มุ่งสู่กลางใจ


sad smile

#21 By on 2008-01-24 01:58

#19คุณearth ใช่เลยครับเราไม่สามารถอยู่กับเปลือกที่เราสร้างขึ้นมาได้นานนักครับdouble wink

#20พี่Ripley อืม ใช่ครับมันอาจจะอยู่ถายในที่เรามองไม่เห็นก็เป็นไปได้ครับ big smile

#21คุณ incloser big smileพนิจแก่น ที่อยู่ในเปลือก จะพบความจริงแท้ในใจ sad smile

#22 By redtear on 2008-01-24 13:19

อ่านแล้วก็รู้ว่า ความเหงาก็อยู่ของมันอย่างนั้น
ท้องฟ้าก็อยู่ของมันอย่างนั้น
ชีวิตเล็กๆ ก็อยู่ของมันอย่างนั้น
ความสุข ความทุกข์ ความเหงาของเรามันเล็กน้อยมากๆ

#23 By N.P on 2008-01-27 12:48

โอว ท้องฟ้าดูแลเรา ชอบครับตรงนี้

ส่วนเปลือกหุ้มไว้แล้วดีละ เปิดเมื่อไหร่คงไม่งามcry
ความเหงา.. อาจทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
แต่เมื่อไหร่ที่เหงา..
เราจะมองเห็นตัวเรามากขึ้น!!!

#25 By Nancy อารมณ์ดี on 2008-01-29 18:31

redtear View my profile

Recommend