วันนี้เวลา 24.00 เป็นวันที่21 มกราคม พ.ศ. 2551 ช่วงเวลาที่คาบเส้นแบ่งวันและเวลา เมื่อไม่กี่วินาทีมันยังเป็นเมื่อวันวาน ก่อนที่จะเข้าบ้านผมเหลือบมองท้องฟ้าที่มืดมัว แต่ก็ไม่ได้มืดสนิท มองไปทางขวามือก็คงเห็นแสงสีส้ม นั่นคงเป็นแสงไฟที่สะท้อนจากไฟฟ้าของเมืองหลวงก็เป็นได้ ผมชักไม่ค่อยที่จะแน่ใจ แต่ที่ผมแน่ใจไปกว่านี้คืออีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ท้องฟ้าจะคลี่ม่านสีดำ ผลัดเปลี่ยนเป็นสีส้ม แสด หรือทอง แล้วแต่ที่เราจะสังเกตุเห็นได้
"วันใหม่จะมาถึง"
แต่หากจะให้พูดกันตามจริงผมไม่ได้มีเวลามานั่งชื่นชมอากาศยามใดๆก็ตามแต่ได้นานซักเท่าไหร่ ผมได้แต่จินตนาการตามภาพที่เคยพบเห็นเมื่อนานมากแล้ว
ดังนั้นจะว่ากันตามตรง การที่ผมมาสังเกตุความเป็นไปตามธรรมดาของสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็เพราะคงอารมณ์ที่ไม่ปกติของผมก็เป็นได้ จึงอยากที่จะหยุดพักสักนิด ให้ได้คิดอะไรสักหน่อย
ด้วยอะไรๆที่เร่งรีบ หลายๆอย่างจนเรียกได้ว่าทุกๆอย่าง ถูกกำหนดไว้ตายตัว จนรู้สึกได้ว่าไม่มีอิสระ คำว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะเป็นฟ้าวันใหม่ในความรู้สึกตอนนี้ แทนที่จะได้มาชื่นชมความงดงามของยามเช้า กลับนึกถึงได้แต่เพียงว่าพรุ่งนี้เรามีอะไรบ้างที่ต้องสะสางจัดการ และทำให้มันสำเร็จ
จนเมื่อมันถึงเวลาที่ สิ่งที่ผมคาดคิดมันไม่เป็นไปดั่งที่ใจที่วางแผนไว้ต้องการ จึงกลายเป็นความรู้สึกผิดพลาดและล้มเหลวเข้ามาเกาะกุมใน อารมณ์และความรู้สึกนึกคิด
จนท้ายที่สุดมันประกอบกันเป็นรูปเป็นร่าง จนกลายร่างมาเป็น "ความเหงา " เกินกว่าจิตสำนึกจะทราบได้ว่ามันประกอบมาเป็น ความเหงาได้อย่างไร และผมก็คาดๆเดาว่าผมอาจจะเหงาจำนวนครั้งประมานนี้ก็เป็นได้
จนอย่างน้อยที่สุดความเหงาทำให้ผมคิดว่า อย่างน้อยความเหงานี้แหละ มันทำให้ผมรู้สึกอิสระ อย่างน้อยผมก็ยังผมยังมีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ผมก็มีสิทธิ์ที่จะเหงา ไม่มีใครมาแย่งอารมณ์เหงาของผมไปได้หรอก
"ผมสามารถเหงาได้ทุกเมื่อเท่าที่ใจผมต้องการ"
ผมกลับย้อนไปคิดถึง เรื่องท้องฟ้า เวลาที่ค่อยเดินไปข้างหน้า เวลาเดินอย่างซื่อตรงโดยไม่ห่วงว่าคนเราจะเดินตามเวลาทันและใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าหรือเปล่า
มันก็คงเป็นเรื่องของเวลา
ผมสนใจอีกเรื่องมากกว่า ผมสนใจท้องฟ้าที่ปรับเปลี่ยนสีได้ตามความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อมันเปล่งแสงสีฟ้า เหลือง ขาว สว่าง มนุษย์หรือบรรดาสรรพสัตว์บนโลกรวมไปถึงพืชจะได้ใช้ประโยชน์จากท้องฟ้าเต็มที่ ทำกิจกรรม ใช้แสงในการอ่านหนังสือ ทำงานเพาะปลูก ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่างๆ การล่าสัตว์ การแสวงหาความอบอุ่น ต่างๆนานา
จนเมื่อมันเปลี่ยนสีเป็นสีโทนดำๆ ทึบๆ ก็เพื่อ สิ่งมีชีวิตบนโลกอีกนั่นแหละ หลังจากการตรากตรำงานหนัก การต่อสู้เพื่อการอยู่รอดในการดำรงชีพ ได้พักผ่อน เป็นรางวัลตอบแทน หรืออีกส่วนหนึ่งในชีวิตอื่นได้ออกเริ่มชีวิตในช่วงกลางคืน อย่างเช่นสัตว์ป่าบางชนิดที่ออกล่าสัตว์อื่นๆในยามกลางคืน
เป็นดั่งเช่นนี้มานานแสนนาน ผมไม่รู้ว่าคนอื่นรับรู้และรู้สึกถึงหรือเปล่าแต่ผมรู้สึกได้ถึงการดูแลจากท้องฟ้า จากธรรมชาติ หรือคนที่ตกอยู่ในช่วงอารมณ์อ่อนไหวมักจะมีอารมณ์ที่รับรู้สิ่งต่างที่ละเอียดอ่อนได้รวดเร็ว
ไม่ใช่แค่นั้นผมที่จะกล่าว ผมได้รับความรู้สึกปลอดภัยจากการสังเกตุความเป็นไปในครั้งนี้ จนทำให้คิดอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา ว่า"ความเหงา"นี่แหละ กำลังปกป้องผมอยู่
ความเหงาเป็น"เปลือก"
คำว่าเปลือกมันชวนให้นึกถึง สิ่งของที่เป็นภายนอก ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่ของที่อยู่ได้คงทนและยาวนาน แต่สำหรบช่วงเวลานี้ ผมนึกอยากที่จะขอบคุณ "เปลือก"
อย่างพุทธศาสนาบอกว่า ธรรม ก็เหมือน แก่นไม้ คนนั้นมองแต่กระพี้ไม้(ส่วนของเนื้อไม้ที่อยู่ด้านนอก)ไม่ได้มองที่แก่น ไม่ได้กล่าวเพื่อจะมาขัดแย้งกับหลักธรรมคำสอนนะครับ เพียงแต่ยกมาเพื่อกล่าวอ้างว่าบางเวลาแก่นก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าเปลือกไม้ภายนอก
อย่างไก่ ก่อนจะฟักเป็นตัวได้ก็ต้องมีเปลือกไข่ จริงอยู่ที่ภายในเปลือกนั้นสำคัญแต่จะหมดความสำคัญไปทันทีและไม่ได้เกิดขึ้นมาถ้าไม่มีเปลือกไข่ปกป้อง
คนเราสวมเสื้อผ้านอกจากจะเพื่อปกปิดร่างกายให้เรียบร้อย และให้ความอบอุ่นแล้ว ยังเพื่อสร้างเสริมความมั่นใจให้กับภายในได้อีกด้วย
เราเข้าสังคม เราใช้สร้างลักษนะนิสัยบางอย่างออกมา ทั้งที่อยู่ที่บ้านเรากลับเป็นอีกคน นี่ก็เป็นเปลือกอีกอย่างหนึ่งที่เราสร้างขึ้นมา (ส่วนใหญ่ทั่วไปเราเรียกว่าการสวมหน้ากาก แล้วเล่นไปตามบทบาทที่ควรจะเป็นในการเข้าสังคม)
ผมและทุกคนก็เช่นกันก็มีเปลือกที่สร้างขึ้นมากับทุกๆสังคมที่ผมใช้ชีวิตอยู่ เปลือกจึงมีค่าที่พร้อมจะเปิดให้เห็นสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ภายในเปลือกนั้น และเปลือกของผมก็พร้อมที่จะเปิดเมื่อมันถึงเวลา
คุณอยากจะพบเห็นข้างในนั้นบ้างหรือเปล่าล่ะ
ปล.
ท้ายนี้ 1.ต้องขอบคุณเปลือกอีกครั้ง ที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นและพร้อมที่จะเติบโต
2.ท้องฟ้าก็อาจเป็นเปลือก ที่ห่อหุ้มโลกเอาไว้ และกำลังปกป้องโลกอย่างสุดฤทธิ์

คงเพราะความเงียบสงบในยามวิกาลใช่หรือเปล่าครับทำให้สร้างไอเดียใหม่ๆได้ดี
ใช่เลยครับเพียงแค่รอเวลา บางคนรอไม่ได้มันจึงเกิดปัญหา
#1 By on 2008-01-21 02:30