posted on 03 Aug 2008 22:25 by redtear
ฮ า จิ โ ก ะ : ยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์
มารู้จักเจ้าฮาจิโกะกันครับ
สำหรับรูปหล่อของสุนัขอันโด่งดังแห่งย่านชิบูยะนั้น เป็นตัวแทนให้ระลึกถึงความซื่อสัตย์ของเจ้าฮาจิโกะ สุนัขพันธุ์อากิตะ ซึ่งลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1923 ในจังหวัดอากิตะ โดยเมื่ออายุได้เพียง 2 เดือนเจ้าฮาจิโกะถูกส่งตัวไปอยู่กรุงโตเกียวกับเจ้านายของมันคือ เอซะบุโระ อุเอะโนะ ศาสตราจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล(มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน) ซึ่งศาสตราจารย์รู้สึกภาคภูมิใจกับเจ้าฮาจิโกะเป็นอย่างมาก เนื่องจากมันเป็นสุนัขอากิตะสายพันธุ์แท้ซึ่งหาได้ยากในสมัยนั้น
ในวันที่เจ้านายต้องไปสอนหนังสือ ฮาจิโกะจะคอยส่งเจ้านายถึงประตูหน้าบ้าน โดยอุเอะโนะต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีชิบูยะ จากนั้นเมื่อถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้ว เจ้าฮาจิโกะจะมากระดิกหางรอพบเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟเสมอ แต่แล้ววันหนึ่งในวันที่ 21 เดือนพฤษภาคม 1925 ศาสตราจารย์ อุเอะโนะ เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตก และเสียชีวิตขณะอยู่ที่มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ในวันนั้น ฮาจิโกะยังคงมารอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟ โดยไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันจะไม่ได้พบกับเจ้านายของมันอีกแล้ว เนื่องจากเขาได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
หลังจากที่ศาสตราจารย์อุเอะโนะเสียชีวิต ภรรยาของเขาได้ย้ายบ้านไปและนำเจ้าฮาจิโกะไปให้กับญาติของศาสตราจารย์ที่อยู่ห่างออก
ไปจากสถานีรถไฟหลายกิโลเมตร แต่ว่าเจ้าสุนัขพันธุ์อากิตะผู้ซื่อสัตย์กลับไม่ยอมอยู่กับเจ้านายใหม่ของมัน เพราะทันทีที่มันหลุดออกมาได้ มันวิ่งตรงไปที่บ้านเก่าของมันแต่เมื่อไม่เจอใคร มันจึงกลับไปรอที่สถานีรถไฟเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้านายของมันยังมีชีวิตอยู่ โดย คิคุซะบุโระ โคบายาชิ อดีตคนสวนของศาสตราจารย์ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเป็นคนคอยดูแลเจ้าฮาจิโกะแทน
ทุกวันเมื่อถึงเวลา 15.00 น. เจ้าฮาจิโกะจะวิ่งไปรอเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟไม่เคยขาด ทำให้เรื่องราวความซื่อสัตย์ของมัน เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวของมันถูกตีพิมพ์ลงบนหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นในปี 1932 ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศเดินทางมาดู มาเล่นกับเจ้าฮาจิโกะ นอกจากนั้น ชาวญี่ปุ่นยังได้ยกให้เจ้าฮาจิโกะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็กๆอีกด้วย
ในเดือนเมษายน 1934 อันโดะ เทะรุ ศิลปินชื่อดังจึงได้ทำรูปหล่อทองแดงของเจ้าฮาจิโกะขึ้นมาเพื่อยกย่อง และนำไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟชิบูยะ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม 1935 ฮาจิโกะก็ได้กลับไปพบกับเจ้านายของมันอีกครั้ง โดยมีคนพบว่าฮาจิโกะนอนตายยังจุดที่มันคอยมารอเจ้านายของมันทุกวันมานานกว่า 10 ปี ซึ่งข่าวการตายของฮาจิโกะนั้นถือว่าเป็นข่าวใหญ่มาก จนถูกตีพิมพ์ลงบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น สำหรับร่างของฮาจิโกะนั้นถูกนำไปเก็บรักษาเอาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ในกรุงโตเกียว
แม้ว่าฮาจิโกะจะจากไปแล้วแต่เรื่องที่น่าสนใจจากฮาจิโกะยังคงไม่จบ เนื่องจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้เหล็กและโลหะเป็นอย่างมาก จนถึงกับต้องเอารูปหล่อของเจ้าฮาจิโกะมาหลอมเลยทีเดียว กระนั้นความซื่อสัตย์ของฮาจิโกะยังคงไม่เคยถูกลืมไปจากใจชาวญี่ปุ่น เพราะในเวลาต่อมาได้มีการจัดทำรูปหล่อของฮาจิโกะขึ้นมาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 1947 และศิลปินผู้รับหน้าที่นี้ก็คือ อันโดะ ทะเคะชิ ลูกชายของ อันโ ดะ เทะรุ ผู้ที่ทำหน้าที่สร้างรูปหล่อฮาจิโกะเมื่อครั้งแรกนั้นเอง ซึ่งปัจจุบันจุดที่รูปหล่อฮาจิโกะตั้งอยู่นั้นได้กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของย่านชิบ
ูยะ
ทั้งนี้ นอกจากรูปหล่อที่ย่านชิบูยะแล้ว ยังคงมีรูปปั้นที่เตือนให้ระลึกถึงฮาจิโกะอยู่อีกหลายแห่ง เช่น ที่หน้าสถานีรถไฟโอะดะเตะ ในจังหวัดอากิตะ บ้านเกิดของเจ้าฮาจิโกะ เป็นต้น ส่วนเรื่องของเจ้าฮาจิโกะยังคงเป็นที่เล่าขานในญี่ปุ่น ถึงขนาดมีการนำไปสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ การ์ตูน และอื่นๆอีกมากมาย
(บน) ภาพของฮาจิโกะขณะยังมีชีวิตเมื่อปี 1932 (ล่าง) รูปปั้นของฮาจิโกะในปัจจุบัน
บน) ร่างของฮาจิโกะที่อยุ่ตรงกลางซึ่งเก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ (ล่าง ซ้าย) รูปปั้นของฮาจิโกะที่หน้าสถานีรถไฟโอะดะเตะ (ล่าง ขวา) หลุมศพของฮาจิโกะที่ตั้งอยู่ด้านข้างของหลุมศพศาสตราจารย์อุเอะโนะ
เครดิตจาก http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=2073
------------------------------------------------------------------------
ครับหลังจากอ่านเรื่องของ ฮาจิโกะแล้ว คิดว่าความรักนั้นเป็นเรื่องที่เจ็บปวดนะครับ หากได้ลองริรักแล้วก็ยากที่จะถอนตัวได้ง่ายดาย นึกถึงคำพูดหนึ่งขึ้นมา
"ไร้รักไม่เจ็บ แต่เหน็บหนาว" แต่ "มีรักต้องทนเจ็บ แต่ไม่ต้องทนเหน็บหนาว"
เหมือนเป็นทางแยกที่เราต้องเลือกเอาเอง
แต่สำหรับผมเพราะหากมีรักแท้ที่จริงใจให้ใครสักคนแล้วต้องยอมทนเจ็บปวดปางตาย สู้อย่ามีรักไปเลยไม่ดีกว่าหรือ และไม่อยากที่ต้องเจ็บปวดเฝ้ารอการพลัดพรากและสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักยิ่งอย่างเจ้า ฮาจิโกะ
เหมือนกับที่ธรรมมะกล่าวไว้
-รักร้อยย่อมทุกข์ร้อย
-รักห้าสิบย่อมทุกข์ห้าสิบ
-ไม่รัก ไม่มีความทุกข์
เมื่อคิดมาในทิศทางนี้ก็ทำให้ปักใจเชื่อไปอีกขั้นว่า
"รักแท้อาจไม่มีอยู่จริง"
คิดว่ารักแท้มีจริงไหมครับ?
edit @ 7 Aug 2008 01:03:51 by ใบไม้นักเขียน
edit @ 7 Aug 2008 01:05:57 by ใบไม้นักเขียน
แด่ฮาจิโกะ หมาน้อยผู้ซื่อสัตย์
อุทิศให้แก่ คนใหญ่ผู้หลอกลวง(บางคน)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
#1 By ความรักสร้างฉัน on 2008-08-03 23:21