เห็นเป็นอะไร

posted on 06 Aug 2008 03:08 by redtear  in shortstory

 

 

บนกองพะเนินสูงที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่เหลือใช้  เหล็ก ถุงพลาสติก โฟม ตู้เย็น โต๊ะ เตียง เศษไม้ กระดาษ ฯลฯ  ปริมาณวัตถุเหล่านี้มีมากมหาศาล  หากจะเปรียบเปรยพวกมันที่กองรวมกันเป็นตั้งสูงคงเรียกได้ว่า  ภูเขาขยะ 

 

ผมและผู้คนในที่แห่งนี้ดูกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัว  อาจด้วยเพราะการแต่งกายของพวกเราที่ดูสกปรก มอมแมม  บางคนสวมใส่กางเกงและเสื้อผ้าที่ทั้งเก่าทั้งขาดและชำรุดไม่ต่างกับขยะเบื้องหน้า  และหากจะมองให้ลึกซึ้งอย่างแท้จริงแล้วชีวิตพวกเราหากเปรียบเทียบกับบุคคลอื่นๆในสังคม  ที่เกิดมามีฐานะ  หน้าตาที่ดีกว่าพวกเรา  พวกเราก็แลดูไร้ค่า  ไม่ได้แตกต่างไปกับเศษขยะรายรอบกาย  ณ  บัดนี้  แต่ที่เห็นว่าจะแตกต่างคือ  พวกเรานั้นมีชีวิต  แต่ขยะเหล่านั้นมันไม่มี....

 

แม้ในสายตาของบุคคลภายนอก  ขยะที่มีอนุภาคกลิ่นรุนแรง  และมีสภาพที่ไม่น่ามองกระทั่งเลยไปถึงไม่เป็นที่ปราถนาสัมผัสจับต้องนั้น  กลับมีคุณค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอย่างพวกเรา  เพราะขยะเหล่านี้นั้นมันได้แปรเป็นเม็ดข้าว  อาหาร  เครื่องดื่มดับกระหาย เติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่าทุกเมื่อเชื่อวัน  และค่าที่อยู่อาศัย หากบางคนมีครอบครัว  มีลูก เงินเพียงไม่กี่บาทในแต่ละวันจึงไม่ได้มีไว้เพื่อคนใดคนหนึ่ง  แต่มีไว้เพื่อปากท้องของทุกคนในครอบครัว  

 

พวกเรามีหน้าที่เพียงแค่ลงแรงคัดแยกขยะเหล่านี้  แล้วส่งป้อนไปยังคนกลางหรือผู้ว่าจ้างพวกเราที่คอยจ่ายเงินค่าแรงให้เราทุกๆวัน คนกลางจะส่งไปยังโรงงานเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลขยะเหล่านี้อีกที ผมควรจะภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งที่ได้ช่วยนำสิ่งของที่เหลือใช้  ให้กลับมาดูมีคุณค่า  หากผมคิดได้เช่นนี้มันคงเป็นแรงบันดาลใจเล็กน้อยที่ช่วยทำให้ผมทำงานนี้ต่อไปได้อย่างมีความสุข  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ทุกคนที่จะคิดได้อย่างนี้  คนอื่นนั้นก็ยังคงทำงานนี้ต่อไปโดยไม่ได้รู้สึกภูมิใจกับมัน  พวกเขายังทำงานนี้ต่อไปเพราะมันไม่มีงานที่เขาเลือกทำได้มากนัก  งานนี้จึงไม่ใช่งานประเภทที่สร้างความภูมิใจอะไรแก่พวกเขาเลย  มันเป็นเพียงแค่งานและเงิน

 

ในขณะนั้นมือของผมก็ไม่ได้ว่างเปล่า  โดยมันทำหน้าที่ฉีกกระดาษลังไปพร้อมกับความคิดของผมที่ปลดปล่อยออกไปราวปล่อยเชือกว่าวให้ตัวว่าวล่องลอยสู่ท้องฟ้า   ทั้งนี้กระดาษลังที่ผมกำลังคัดแยกอยู่นั้นมีหลายแบบ  บ้างมีลวดลายอย่างยี่ห้อเบียร์ สุราต่างๆ  ชื่อขนม น้ำ ฯลฯ แต่บางชิ้นก็เป็นลังเปล่าๆสีน้ำตาลหม่น  ไม่บ่งบอกชื่อสินค้าแต่อย่างใด แต่ไม่ว่ามันจะมีลวดลายแบบไหนมันก็ต้องผ่านสองมือของผมแยกร่างออกจากกัน 

 

ผมเคยสงสัยว่าเจ้าพวกลังกระดาษ  รวมไปถึงเศษขยะชิ้นอื่น  มันมาจากที่ไหนกันบ้างนะ  แน่นอนว่าครั้งหนึ่งมันเคยมีประโยชน์  แต่หลังจากเจ้าขยะพวกนี้บรรลุซึ่งหน้าที่ของมันแล้ว หรือไม่ก็หมดสภาพตามอายุไข  ก็กลายเป็นสิ่งของที่หมดประโยชน์  และถูกส่งผ่านมาที่แห่งนี้  มันมีจำนวนมากเหลือเกินในแต่ละวัน  จนบางครั้งคิดไปถึงกับว่าคนที่กำลังทิ้งสิ่งของๆตนนั้น  ในตอนนั้นเขากำลังคิดอะไรอยู่รู้สึกเสียดายมันบ้างไหม  แต่หากเขารู้สึกเสียดายมันจริง  เขาคงไม่ทิ้งให้มันมาอยู่ในที่นี้หรอก  ความคิดนี้ก็ช่วยไขความสงสัยให้กระจ่าง  ว่าขยะเหล่านี้มันมาจากไหน 

 

"มันก็มาจากคนที่ไม่ต้องการมัน  เพื่อมาถึงคนที่ต้องการมันจริงๆก็เท่านั้นเอง "

 

ระหว่างที่กำลังฉีกกระดาษลังให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  มีกระดาษแผ่นหนึ่งเผยออกมาจากกองลังนั้น  ผมหยิบจับออกมาพินิจพิเคราะห์  หัวกระดาษตรงกึ่งกลางมีเลขไทย  เขียนกำกับไว้ด้วยตัวเลข "๓๐๖"  นอกจากนั้นก็มีคำศัพท์ต่างๆและความหมายอธิบายไว้  พอจะเดาได้ว่ากระดาษชิ้นนี้คงเป็นส่วนหนึ่งของพจนานุกรมไทย  แม้ผมจะเรียนจบเพียงแค่  ป.6 แต่ก็สามารถที่จะอ่านออกและเขียนได้  ผมสนใจกระดาษแผ่นนี้มากและสงสัยว่ามันมาอยู่ปนกับลังกระดาษนี้ได้อย่างไร 

 

ผมไล่สายตาไปกับกระดาษแผ่นนั้นไปเรื่อย  จนมาสะดุดตากับคำหนึ่ง  ซึ่งมันเป็นคำที่ผมและใครต่อใครเพียรเฝ้าหาความหมายมาตลอดชีวิต 

 

ชีวิต[ชี-วิด]น.ความเป็นอยู่  ชีพ  ผู้เป็นอยู่  ซึ่งเป็นอยู่

 

แม้พจนานุกรมจะให้ความหมายคำจำกัดความหมายไว้  แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คลายสงสัยกับคำถามที่ว่าชีวิตนั้นคืออะไร  ผมคิดว่าหากผมมีโอกาสได้เรียนสูงกว่านี้ผมอาจจะพอเห็นทางพบคำตอบให้กับตัวเองว่าชีวิตนั้นคืออะไร  และมีคุณค่าหรือไม่ก็เป็นได้ 

 

ผมรีบยัดกระดาษแผ่นนั้นลงกระเป๋าเสื้อ  แล้วหันกลับไปสนใจกลับงานต่อไม่อยากให้ความคิดของตัวเองมาทำให้งานต้องล่าช้า  คนอื่นก็เช่นเดียวกันไม่มีเวลาแม้แต่มานั่งคุยกัน  ทุกคนต่างมุ่งปลดภาระจากงานของวันนี้ให้เสร็จเพื่อรอรับเงินและกลับไปพักผ่อนที่บ้าน  ชีวิตของพวกเราเป็นเช่นนี้  มันอาจจะน่าเบื่อและซ้ำซากจนไม่มีอารมณ์ไปค้นหาความหมายที่มันอาจไม่มีวันค้นพบ 

 

ถึงแม้คนอื่นจะล้มเลิกหาไปแล้ว  แต่ผมยังต้องการที่จะเข้าใจ 

 

ไม่ไกลไปจากบริเวณที่ผมกำลังทำงาน  นอกรั้วเหล็กเขตแดนภูเขาขยะมีกลุ่มเด็ก  4-5คนวิ่งเล่นอยู่   ส่งเสียงหยอกล้อกันสนุกสนาน  มีเด็กคนหนึ่งไม่ได้ร่วมวิ่งเล่นไปกับเด็กคนอื่นๆ  เด็กคนนั้นใช้มือน้อยเกาะกุมรั้วแล้วจ้องมายังผม  นัยน์ตาของเด็กน้อยสะท้อนภาพตัวผมและภูเขาขยะที่เป็นฉากหลัง  เขามองมาอย่างใคร่ครวญและดูสนใจตัวผมเป็นพิเศษ  ผมเองก็มองเขาและมองเห็นความไร้เดียงสาในหัวใจของเขา  การที่เรามองคนอื่นรอบข้างอาจจะพอให้เราเข้าใจความหมายของชีวิตขึ้นบ้าง  มากกว่าการมองเห็นเพียงแต่ตัวเอง  ผมเริ่มที่จะคิดอย่างนี้  ไม่แน่เด็กน้อยคนนั้นอาจจะเห็นความหมายอะไรในชีวิตจากตัวของผมแล้วก็ได้

 

ผมเพียงอยากรู้ว่าเขามองเห็นผมเป็นอะไร 

 

ที่มากกว่า  คนเก็บขยะ 

 

....

 

 

 

edit @ 6 Aug 2008 19:21:24 by ใบไม้นักเขียน

edit @ 7 Aug 2008 00:21:28 by ใบไม้นักเขียน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry


คงเห็นเป็น "มนุษย์"
.. อืม แล้ว ชีวิต มันคืออะไร .. กันแน่

#2 By ^_poomapooma_^ on 2008-08-06 08:55

หนังสือปกดำเล่มหนึ่ง...

big smile
นำเสนอในแง่มุมใกล้ตัวที่เราไม่ค่อยได้นึกถึงได้น่าสนใจมากเลยล่ะค่ะ

#4 By Fubuki on 2008-08-06 10:48

ไม่ทราบว่าเด็กน้อยคนนั้นเห็นเป็นอะไร
เราเห็นแต่ว่าทุกคน
กำลังค้นหาคำตอบของ"ชีวิต"..big smile

--
ช่วงนี้เห็นมาอัพบ่อยจังนะคะำี่อ๊อฟopen-mounthed smile
ชีวิตไม่ใช่มาม่า จะได้กึ่งสำเร็จรูป
ชีวิตไม่ใช่คอนโด จะได้ออกแบบได้
ชีวิตไม่ใช่เกม จะได้เล่นหรือไม่เล่น
ชีวิตนั้นไซร้เป็นเพียงลมหายใจเคลื่อนขับโลก

ชีวิตคุณ ชีวิตผม ต่างกัน
แต่เราหายใจบนโลกใบเดียวกัน
เพื่อค้นพบความหมายของชีวิตที่แท้จิง-จนตาย

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
คงเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เด็กน้อยไม่ค่อยจะได้เห็น ไม่พบเจอบ่อยนัก

#7 By rusleeping on 2008-08-06 18:50

เกิดเป็นควายต้องทน

เกิดเป็นคนต้องสู้

เกิดเป็นหมู ต้องลาบ !

สู้ๆ กันต่อไปsad smile

#8 By คนึงนิจ on 2008-08-06 19:17

^
^
55+
เม้นท์อย่างนี้ก็ฮาสิครับทั่นconfused smile x50

#9 By redtear on 2008-08-06 19:19

ความหมายของชีัวิต ขนาดคนเรียนปีสูงๆยังหาคำตอบไม่ได้เลย
มันต้องใช้อะไรหากันแน่นะ...

big smile

#10 By Nut_kun on 2008-08-06 20:06

ขยันอัพนะคะช่วงนี้confused smile
มาสะดุดใจ ตรงแรกก็ที่บอกว่าลังกระดาษหลายแบบ หรือขยะต่างๆที่สุดท้ายก็ผ่านมือ"ผม" นึกไปถึงเรื่องอนัตาและอนิจจังน่ะค่ะ ไม่มีอะไรเป็นของเราโดยแท้จริง
แต่ชีวิตเป็นของเราโดยแท้จริง ถึง"ผม"จะได้ทำลายวัตถุหรือขยะไป แต่ความทรงจำของเจ้าของ มันคือชีวิต (งงมั้ยน้อ)
แล้วก็"การที่เรามองคนอื่นรอบข้างอาจจะพอให้เราเข้าใจความหมายของชีวิตขึ้นบ้าง มากกว่าการมองเห็นเพียงแต่ตัวเอง" ชอบตรงนี้จังค่ะ ต่อไปคงต้องมองรอบข้างให้มากกว่านี้แล้วละ

#11 By alamode on 2008-08-06 22:25

#11 By alamode

ขอบคุณนะครับ คนเขียนแอบคิดไม่ถึงเรื่อง "เรื่องอนัตาและอนิจจัง" ที่จริงแล้วมันก็น่าจะสื่อไปทางนั้นได้เลยนะครับ ชอบๆ big smile

#12 By redtear on 2008-08-07 01:31

ความเข้าใจในชีวิต .. ไม่ได้เกิดจากการเล่าเรียนสูงหรือมีฐานะดีกว่าผู้อื่น

หากเกิดจากการเฝ้ามองสรรพสิ่งด้วยดวงตาภายนอก และเฝ้ามองตนเองด้วยดวงตาภายใน

big smile

#13 By แรงใจไฟฝัน on 2008-08-07 14:59

เย้ย อัพบ่อยๆอ่ะดีแล้ว แฮ่ๆ
sad smile
เด็กน้อย เค้าอาจจะเห็น...หนุ่มในเสป๊คก็ได้นะเคอะ ฮา

ป.ล.เรื่องของพี่ยังคงมีอะไรให้คิดและค้นหาคุณค่า มากมาย ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะ big smile

#15 By ire_u on 2008-08-07 20:55

ชีวิตที่รอคอยการค้นหา

#16 By ภูริ on 2008-08-07 23:13

ขอมาตอบว่าสบายดีก่อนนะคะ
แล้วจะกลับมาอ่าน
งานเข้าพอสมควรจ้ะ

#17 By ตินกานต์ on 2008-08-07 23:27

คนเก็บขยะ..จบ ป.6 ยังอยากใฝ่รู้
ทำไมคนที่มีโอกาสเรียน กลับตื่นสาย
และพูดบ่อยจังว่า
ขี้เกียจเรียนหนังสือ

.
.
อย่างนี้มันคือ "ชีวิต" ด้วยหรือเปล่าคะ ?
surprised smile

#18 By ... เ พ ช ร * on 2008-08-08 13:09

เขียนได้ดีมากๆเลยอะค่ะ
เอ๋..บล็อกใหม่รึป่าวคะ
คนเก็บขยะ ทำให้สถานที่สาธารณะสวยงามขึ้น

แปลกนะ ที่บางคนเก็บกวาดแต่พื้นที่ของตนเอง แต่กลับชอบทิ้งในพื้นที่ส่วนรวมหรือสาธารณะ


หากคนทุกคน เก็บกวาดใจของตนเองได้ โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย big smile

#21 By ~ N ~ on 2008-08-09 14:13

อิอิ..ดีใจจัง มีคนจำได้ด้วย
กินข้าวค่ะ(มื้อไหนไม่รู้)..เป็นโรคติดเน็ตเล่นไปกินไป..คิคิ
การศึกษาสูงไม่ได้ทำให้ความเป็นคนสูงขึ้นbig smile

#24 By *~kirmkan~* on 2008-08-10 10:55

ใบไม้นักเขียน

น้ำตาเป็นสายเลือด

#26 By Nalin on 2008-08-11 11:25

big smile

เขียนได้ดีจังเลยคะคุณออฟ

อ่านแล้วทึ่งcry
ฅนเหมือนกันbig smile
ขอบคุณค่ะน้องออฟ big smile

ขอให้มีความสุขในวันแม่นี้นะคะ big smile
ขอให้คุณแม่สุขภาพแข็งแรงค่ะ

#29 By ~ N ~ on 2008-08-12 19:17

ถ้าพจนานุกรมหน้านั้น

ไปตกอยู่ในมือของชนชั้นสูง

เขาจะพอมีเวลาชายตามองบ้างหรือเปล่า...?

ชีวิต - ความหมายเดียวกัน

แต่จะเปลี่ยนไปเมื่ออยู่ในมือของคนจนและคนรวย

#30 By 7 days ago on 2008-08-13 10:45

เจอเธอก็ลั่น ลัน ลา โอ้เธอเจ้าซินเดอเรล่า เธอเอแต่ลั่น ลัน ลา ชอบเพลงนี้เหมือนกันค่ะbig smile

#31 By คนึงนิจ on 2008-08-14 17:52

ค่ะ..เหมือนแม่ตัวเองเลย..อิอิ
เขียนไว้ตั้งแต่วันที่12 เพิ่งได้เข้ามา...
วันแม่ปีนี้มีอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ
วันแม่ปีนี้ฝนตก..(แม่บอกว่าไม่ชอบแต่ลูกกลับชอบ)
แค่นี้ก็พิเศษแล้วล่ะค่ะ..นั่งคิดถึงแม่ คิดถึงบ้านก็มีความสุขแล้ว..
อืม.. ต้องเรียกว่าพี่ออฟ ได้รึเปล่าคะ
เรียกว่า อุ้ม ก็ได้นะคะ
ต้องไปแล้วนะคะ
รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ...big smile
ชีวิตเราจะมีคุณค่าอยู่ที่เรามอง อย่าให้คนอื่นมาเป็นเครื่องตัดสินความดีเลวจากการมองเพียงเปลือกนอก เพราะเราย่อมรู้ตัวเราดีกว่าใคร
สู้ต่อไปเด็กน้อย หวังว่าสักวันเมื่อโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจและค้นหาความหมายของมันพบbig smile

#34 By หิมะ~หิมะ on 2008-09-01 00:47

redtear View my profile

Recommend