destination is infinity(rewrite)

posted on 30 Jun 2009 18:04 by redtear

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในเวลาราวบ่าย3โมง ผมกำลังยืนอยู่ ณ พื้นที่ของตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ หรืออาจใหญ่ที่สุดในประเทศไทยผมชักไม่ค่อยแน่ใจ ตอนนี้ไม่สำคัญต่อผมซักเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนคุณก็พบเห็นผู้คนมากมาย นอกเหนือจากคนไทย  ก็มีชาวต่างชาติ   ชาวญี่ปุ่น ฝรั่ง  เกาหลี ฯลฯ ผมถามตัวเองว่าทำไมผู้คนมากมายจึงเลือกจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าที่แห่งนี้ ทั้งที่อากาศในที่แห่งนี้ถูกไอแดดร้อนระอุ  โจมตีตลอดทั้งวัน แล้วผมล่ะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมกำลังมองหาทางออก ในมือผมว่างเปล่า การจากที่แห่งนี้ไปโดยไม่ได้สินค้าติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียว จะเปรียบเหมือนคนที่ละทิ้งอดีต โดยลืมความทรงจำของตนอย่างหมดสิ้น หรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป รวบรวมสมาธิไปที่สองเท้า และพยายามผลักดันก้าวไปให้เร็วเท่าที่กำลังตอนนี้จะทำได้ จึงทำให้ท่าเดินของผมในตอนนี้ดูตลกๆชอบกล เหมือนกึ่งเดินกึ่งวิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้วยความกระหายและหิว ทั้งยังต้องการหาที่นั่งพัก ผมเดินด้วยความรีบเร่ง เลือกเดินเผชิญหน้ากับแสงแดด เพราะไม่อยากไปเบียดเสียดกับผู้อื่นในร่มเงา แต่ดูเหมือนยิ่งรีบเร่งมันกลับยิ่งดูช้า ผมหงุดหงิดและเริ่มโทษสิ่งรอบตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"อากาศทำไม่มันร้อน อย่างนี้" "คนก็เยอะ " "ร้านขายน้ำอยู่ตรงไหน" ผมสบถกับตัวเองเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเผชิญหน้ากับผู้คนมากมาย บวกกับอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้ผมมองผู้คนเหล่านี้เป็นเสมือนฝืนจำนวนมหาศาล ที่คอยทำให้อารมณ์เกี้ยวกราดของผมลุกโชนรุนแรง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ถอยไปสิวะ" ผมเริ่มสบถกับตัวเองรุนแรงขึ้น พร้อมมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เมื่อคนข้างหน้าเดินช้าและขวางทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในนาทีแห่งความรีบเร่งนั้น มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"รบกวนขอทางได้มั้ยคะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมหันไปมองต้นทางเสียง แล้วหลบให้เธอ เธอกล่าวว่า "ขอบคุณค่ะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และเธอก็พูดคำๆนี้ กับคนอื่นๆที่เธอผ่านทางเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เธอเป็นหญิงสาวที่นั่งบนรถเข็นวีลแชร์ เคลื่อนไปด้านหน้าด้วยสองแขนเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมตระหนักดีว่าทุกคนล้วนมีจุดหมายที่ตนหวัง และต้องการไปให้ถึงจุดๆนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เธอทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า มีความแตกต่างของคน2คนอยู่ในนั้นในขณะการเดินทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนหนึ่งเมื่อเจออุปสรรคเลือกที่กล่าวโทษสิ่งอื่นสิ่งรอบข้าง แต่อีกคนหนึ่งกลับมีความอดทน เมือเจออุสรรคก็ไม่ได้ย่อท้อ ใช้มันเป็นแรงผลักดันตัวเอง และเชื่อว่าอีกไม่นานตัวเองก็จะไปถึงจุดหมายได้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เธอเดินผ่านผมไปเริ่มไกลจนมองไม่เห็น ไม่ใช่ว่าผมเดินช้า แต่ผมหยุดเดิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และคิดว่าที่ตรงนี้แหละ เป็นที่ที่ผมจะเริ่มต้นใหม่

'อีกครั้ง '

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**** วันนี้โครงการ June Write เดินทางมาถึงวันที่30แล้ว ได้อะไรมากมายจริงๆ จากตรงนี้ ขอบคุณทุกการติดตามจากเพื่อนๆพี่ๆทุกคน

และขอบคุณกำลังใจที่แสนดีจากคนๆหนึ่งครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 14 Jan 2015 13:50:33 by redtear

Comment

Comment:

Tweet

คนที่ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะทางฐานะ หรือสภาพร่างกายก็ตาม มักต้องใช้ความพยายามสูงกว่าคนปกติทั่วไปในการดำรงชีวิต และเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จมันก็มักจะสร้างแรงดลใจให้แก่คนปกติทั่วไปได้มากมาย น้องออฟเขียนได้ดีครับ ทำให้พี่เห็นภาพบรรยากาศของสวนจตุจักรขึ้นมาได้อีกครั้งทั้งๆที่ไม่เคยได้กลับไปแวะเวียนสิบกว่าปีแล้วsurprised smile

#32 By Ripley on 2009-07-17 20:12

หายไปนานเชียว สบายดีน้ะ

#31 By นาย ช บ า on 2009-07-16 20:45

อ๊อบแว่น
อยากไปหาที่พารากอน
จะเจอมั้ยนะ ?

#30 By lilshim* on 2009-07-15 05:02

ไม่ได้เข้ามาอ่านนานเลย
แต่ฝีมือการเขียนยังคมเหมือนเดิม

big smile

#29 By Siamesekid (58.8.181.194) on 2009-07-11 22:24

ใจเหงา ท้องฟ้าเลยเหงาsurprised smile

#28 By นาย ช บ า on 2009-07-11 12:36

ความงามอีกด้านของเหตุการณ์เดียวกัน big smile

ปล.หนูวืด June Write ซะสนิท ไม่ได้ร่วมกิจกรรมกะใครเค้าเล้ย sad smile

#27 By ~NuDeE~ on 2009-07-10 17:19

เฉาก๊วยอร่อยจริงหรือ

รบกวนถ่ายรูปมาฝากสักถ้วยนึงconfused smile

#26 By 7 days ago on 2009-07-09 21:15

มาคอมเม้นท์ทีนึงแล้ว
แต่มันไม่โชว์

จะเม้นท์อีกครั้งนึงว่า
ถ้าอากาศร้อน
ควรจะกินเฉาก๊วย
เย็น หวาน อร่อยbig smile

#25 By 7 days ago on 2009-07-09 21:06


ชอบ entry นี้ครับน้องอ๊อฟ

ปล. แหม่เดี๋ยวนี้มีคนๆหนึ่งนะเนี่ยะ อิอิsad smile

#24 By :: KinG MoJi :: on 2009-07-09 18:59

มันเป็นอะไรที่เห็นภาพมากๆเลย
ต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้วสิเรา

ปล. อยากแซว ว่าใครหนอเป็นกำลังใจที่แสนดีของพี่อ๊อฟ cry

#23 By petit-ou on 2009-07-07 20:42

Hot!

เห็นภาพเลยอ่ะ

#22 By hongsoo on 2009-07-03 17:49

big smile

#21 By ////////// Pasteljoy ////////// on 2009-07-03 12:07

ใช่ครับ รู้สึกจะเรื่อง The Myth มั้ง ถ้าเขียนไม่ผิด..

นายชบาดูแล้ว เฉย ๆ กะหนัง แต่ชอบเพลงนี้ หลากหลาย ความรู้สึก

#20 By นาย ช บ า on 2009-07-03 09:23

big smile เป็นมุมมองที่ดีจังเลยค่ะ

#19 By MoMo on 2009-07-02 09:37

ชอบประเด็นที่ได้จากเอนทรี่นี้ครับ confused smile

#18 By SkyKiD on 2009-07-02 09:04

บางครั้งสิ่งที่เราพบเราเห็นอยู่ทั่วๆไปก็เป็นแรงผลักดันให้ชีวิตได้พอสมควารนะครับ

มันทำให้เราได้คิด ได้ตระหนัก และได้หันกลับมามอง

และรู้ซึ้งถึงจุดยืนและจุดหมายของตัวเอง

#17 By Clepsydra:: on 2009-07-01 21:44

Hot! Hot!

#16 By BuMMxz on 2009-07-01 18:25

เรื่องรอบตัวทำให้เราดีและแย่พอๆ กัน
แล้วแต่เราจะมองมันแบบไหนนั่นก็ด้วยนะคะ
หากมองแล้วผ่านเลย ก็คงไม่ได้อะไรกับใจ
หากมองแล้วได้คิด มันเป็นแรงผลักที่ได้ใจจริงๆ

big smile

#15 By moodee on 2009-07-01 14:19

เขียนดีมากมาย ประทับใจทุกครั้งที่เข้ามาครับ

Hot! big smile

#14 By พงคุง on 2009-07-01 13:11

big smile big smile big smile
อย่าลืมดื่มน้ำนะครับ

#13 By h|b|b on 2009-07-01 02:02

อุปสรรค์หลายๆที่ก็ทำให้เราย่อท้อ
หลายๆทีก็ทำให้เราได้แต่ก่นด่าตัวเอง

และหลายๆทีที่เราก็ฟันฝ่าไปได้เพราะการได้พูดคุยกับคนรอบตัวที่เราไว้วางใจ

นั่นแหละผมล่ะsad smile

#12 By ตุ่นทะเล on 2009-07-01 01:17

อยู่ที่ใจ..

#11 By wesong on 2009-07-01 00:21

ช้า-เร็วก็ถึงจุดหมายเนอะ

ว่าแต่เปลี่ยนกลวิธีภาษาเขียนหรือเปล่า แต่ก่อนดูอ่อนหวานละลุนละไมละม่อม

ตอนนี้เพิ่มอารมณ์เผ็ด มันส์ แต่ก็ดีนะ รสกำลังดีbig smile big smile big smile
โห เปรียบเปรยได้ดีมากเลยค่ะ
อ่านแล้วซึ้งจัง เค้ายังสู้และเดินต่อไป
เราแค่เหนื่อยก็หงุดหงิดซะละ
ชีวิต ที่ต่อสู้ต่างกัน เหนื่อยต่างกัน
แต่กำลังใจต่างกัน ค่ะ
เขียนเรื่องได้ดีทุกทีเลยค่ะ ชอบHot! Hot!

#9 By Pat's Song on 2009-06-30 22:58

พยายามเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ สบายๆ

มองทุกสิ่งรอบข้างที่เดินผ่าน.

ช้า แต่ ชัวร์ ค่ะ..ถึงจุดหมายแน่นอน..
big smile
อ่านแล้วนึกว่าเขียนถึงเรื่อง June Write ซะอีกค่ะ
เข้ากันได้ดีน่าประหลาดนะคะ confused smile

#7 By Bluemoon on 2009-06-30 22:03

ดีจังเลยเนอะ

เวลาอยู่ในจุดที่ไม่ใช่ตัวเองเมื่อไหร่
แล้วมีอะไรดี ๆ มากระทบ

พี่จะรู้สึกเหมือนกลับเป็นตัวเองอีกครั้งน่ะค่ะ

แล้วก็รู้สึกดี

big smile Hot!

#6 By Mrs. Holmes on 2009-06-30 21:53

ชอบบทความนี้..
อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

* ไม่ใช่แค่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพหรือในประเทศไทย
แต่จตุจักรเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะพี่ออฟ

#5 By Nancy อารมณ์ดี on 2009-06-30 20:44

เริ่มใหม่อีกครั้ง big smile

#4 By maebin on 2009-06-30 19:39

คนที่อยากไปถึงจุดหมายเร็วๆ...
โดยไม่ได้คำนึงถึงคนรอบข้าง..
เขาคงไม่รู้หรอกว่า..
เขาได้ทำร้ายคนอื่นไปมากแค่ไหน..

ต่่างจากอีกคน..
ไปช้าๆ...
แต่ฝากคำขอบคุณ...
ไว้ในใจทุกๆคนที่ได้ก้าวผ่าน..
...

สู้ๆๆๆ..
และ..
ซู่ๆๆๆ...
(เสียงรดน้ำน่ะ)

confused smile
บนทางเดินที่บางคนมุ่งหน้าสู่จุดหมาย...

แต่บางคนกลับ ทักทาย ซึมซับกันบรรยากาศรอบข้างอย่างอารมณ์ดี..
บางทีอาจถึงจุดหมายเหมือนกัน ด้วยอารมณ์ ต่างกัน

#2 By นาย ช บ า on 2009-06-30 19:13

เหมือนเคยนะคะ
ในเรื่องร้ายยังมีเรื่องดี
ในเวลาที่มืดมัวมักจะมีแสงสว่าง
ส่องมาให้เห็นเป้นเครื่องนำทางเสมอ
สำหรับผู้ที่พร้อมจะเปิดรับและยอมรับข้อ
ผิดพลาดของตัวเองจะพบทางออกในทางตันเสมอ
เอ๊ะงงไหมนะ...sad smile
...

#1 By sofa on 2009-06-30 18:50