สิ่งเหล่านี้

posted on 14 Jan 2013 18:45 by redtear
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บ้านที่อยู่อาศัยของผมเป็นหนึ่งในเขตภัยภิบัตินั้น ซึ่งในมหาอุทกภัยครั้งนั้นนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เข้ามาสู่ชีวิตของใครต่อใครหลายคน รวมไปถึงตัวผมเช่นกัน
 
 
ทุกๆอย่างทุกเหตุการณ์ในตอนนั้น มีความแตกตื่นของผู้คน ความโกลาหล ชั้นวางสิ้นค้าที่ว่างเปล่า น้ำท่วมสูงตั้งแต่ระดับเอวถึงระดับอก ข้าวของต่างจมหายไปกับสายน้ำ สภาพบ้านละเทะทั้งก่อนหลังน้ำลด ภาพอันน่าสลดก่อเกิดความรู้สึกมากมายต่อตัวผม ทั้งตระหนกตกใจ ตื่นตัว หวาดกลัว เศร้าใจ รับรู้ถึงความไม่มั่นคงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ผมไม่แน่ใจว่านี่
 
 
อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ผมไม่สามารถเรียบเรียง ถ่ายทอด บอกเล่าเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ทันท่วงที จนกระทั่งเวลาล่วงผ่านมาหนึ่งปีเต็มแล้ว ผมได้มีเวลามานั่งนึกย้อน ทบทวนเรื่องราว จากความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ ก็พบว่าในเรื่องร้าย ก็ยังคงมีเรื่องราวดีๆที่อยากบอกเล่าอยู่ด้วยเช่นกัน
 
 
อย่างเช่น หลังจากเริ่มรู้แล้วว่าน้ำตีโอบล้อมรังสิต และคลองประปา อาเพื่อนบ้านท้ายซอย เพื่อนสนิทของพ่อ มีความรู้เรื่องช่างฝีมือ มีน้ำใจมาช่วยทุบประตูหลังบ้าน ก่อปูนรับมือกับภัยน้ำ อาคนนี้ช่วยเหลือบ้านคนอื่นก่อน ทั้งที่บ้านของเขายังไม่ได้เตรียมรับมือใดๆเลย
 
 
ผมเห็นคนในหมู่บ้านที่ไม่เคยเอ่ยทักทายกันมาก่อน เมื่อพบหน้ากัน ไต่ถามสารทุกข์ สุขดิบกันอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
 
 
เมื่อหลังน้ำมาถึง ระดับน้ำประมาณ 120 เซนติเมตร เพื่อนบ้านที่บ้านหลังติดกันนั้นเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยและสุนัขจรจัดหลายสิบตัว ในช่วงลอยกระทงในขณะน้ำยังท่วมขังอยู่ และมีสุนัขตัวหนึ่งตกใจเสียงประทัด กระโดดติดรั้วเหล็ก พวกเขานำมันไปรักษาอย่างดี นอกจากนั้นสุนัขหลายๆตัวที่ไม่สามารถย้ายขึ้นที่หลบภัยที่สูงได้ ครอบครัวนี้คอยเดินฝ่าน้ำท่วมขังที่กำลังเน่าเหม็น นำอาหารมาให้สุนัขเหล่านี้ และทุกตัวมีชีวิตรอดหลังน้ำท่วม
 
 
เนื่องจากบริษัทที่ทำงานไม่ได้ถูกน้ำท่วม ยังคงเปิดทำการอยู่เช่นเดิม ผมจึงย้ายมาอยู่บ้านมีเพื่อนสนิทและครอบครัวของเขา พวกเขาให้ที่พักพิงแก่ผมในยามเดือดร้อน ที่อยู่อาศัยและอาหารที่หล่อเลี้ยงกายใจให้มีพลังสู้ต่อไป
 
 
และแม่ลงมาจากภาคเหนือด้วยความเป็นห่วง ลูกๆ และพ่อ แม่มาช่วยเหลือพวกเราเป็นอีกเสาหลักหนึ่งให้รอดพ้นจากภัยน้ำ ครอบครัวของผมที่ไม่เคยพร้อมหน้าพร้อมตาในสองสามปีจึงกลับมาพร้อมน้ำพร้อมตากันได้ แม้จะเพียงเวลาสั้นๆสองอาทิตย์ก็ตาม
 
 
 
 
 
 
 
 
ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่ผมพบเห็น







และหลังจากนั้นจนมาถึงในตอนนี้ ผมพินิจสมบัติส่วนตัวที่หลงเหลืออยู่ สำรวจข้าวของต่างๆที่สามารถรอดพ้นจากมวลน้ำนั้นได้ อย่างเช่นหนังสือ มีหลายๆเล่มที่สูญหายไปกับน้ำท่วม หากถามว่าเสียดายหนังสือเหล่านี้หรือเปล่า ก็ตอบได้ว่าเสียดาย เพราะมันทำให้นึงถึงว่าแต่ละเล่ม เราได้มั้นมาได้อย่างไร มีความทรงจำแบบไหน ยิ่งไปกว่านั้นสมัยเรียนมหาวิยาลัย ถึงกับคิดไปถึงขั้นว่า หนังสือเหล่านี้เป็นเพื่อนสนิทที่สุด
 
 
แม้ว่าในใจของผมนั้น อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างคงอยู่ตลอดไป อยากห้ามไม่ให้หนังสือที่ผมรักยิ่งสูญสลาย แต่เมื่อผมเพ่งมองในชั้นหนังสือของผมไม่ได้มีหนังสือเหล่านี้อีกแล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า ไม่มีสิ่งใดเลยในโลกที่สามารถอยู่กับตัวเราได้อย่างถาวร และหากจะมองให้ลึกไปว่านั้น หนังสือเหล่านั้น มันก็มิใช่ของของผม มันไม่เคยเป็นของผมแต่แรกเริ่ม สิ่งใดๆในโลกล้วนไม่ใช่ของของผม ทุกสิ่งล้วนว่างเปล่า ไม่มีได้อะไรเป็นอะไรและของใครทั้งสิ้น เพราะถ้าเป็นของๆเราจริงๆมันควรที่จะอยู่กับเราตลอดไป หรือกระทั่งเราสามารถรักษามันไว้กับตัวเราตลอดไป ทว่าความเป็นจริงหาได้เป็นเฉกเช่นนั้นไม่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
และเหล่านี้คือสิ่งที่ผมได้คิด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

บ้านเจ้กะอยู่รังสิตหนีน้ำไปอยู่กับลูก
ที่ลาดพร้าว
น้ำท่วมให้สติให้ธรรมะกับชีวิตมากมาย

#15 By ปิยะ99 on 2013-02-01 09:48

Hot! Hot! Hot!

#14 By kae on 2013-01-31 22:23

welcome back :) big smile

#13 By siamesekid (103.7.57.18|58.8.122.89) on 2013-01-27 21:59

บทเรียนบางอย่างเราก็ไม่อยากเรียนรู้มันบ่อยๆ เนอะ question

#12 By นกไร้ขา on 2013-01-26 20:06

ปีนี้... ขอให้ไม่ท่วมนะ big smile

#11 By นกไร้ขา on 2013-01-26 20:06

นั้นสิครับ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หากเราตั้งสติ ตั้งรับมันอย่างเต็มทีแล้ว ที่เหลือ ก็ทำใจรับในความสูญเสียในบางแง่ บางมุมที่เรากำหนดมันไม่ได้ด้วยเน้อ big smile

#10 By hongsoo on 2013-01-26 17:27

เป็นกำลังใจให้นะคะ บ้านเราเองก็โดนท่วมเหมือนกัน
เพิ่งจะฟื้นฟูได้บ้างบางส่วนค่ะ ทุกสิ่งที่มีอยู่ล้วนไม่แน่นอนจริงๆค่ะ ที่เราทำได้คือเตรียมตัวเราให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต
ปล.ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ :)

#9 By Fubuki on 2013-01-16 22:05

ผ่านไปแล้วด้วยดี(เพียงแค่เราคิดเห็นในสิ่งดีๆ)

#8 By LungDeng on 2013-01-16 14:43

big smile Hot!

#7 By sofa on 2013-01-16 11:15

รับมือน้ำท่วมมาทั้งชีวิต
เพราะที่หาดใหญ่ท่วมหลายครั้งแล้ว
มาครั้งนี้ ไม่ได้อยู่กับครอบครัว แต่ก็มีมิตรที่ดีคอยช่วยเหลือ
และมีอะไร ๆ เกิดขึ้นมากมายในชีวิต
ทั้งที่ดีและไม่ดี
ที่สำคัญคือ เป็นจุดเปลี่ยนในเรื่องการงาน
ถ้าน้ำไม่ท่วม คงไม่ได้ย้ายที่ทำงานใหม่ ที่ดีกว่าเดิม  big smile
ปล.  หลายคนบอกว่าเพราะพี่ขึ้นมาอยู่ที่นี่น้ำจึงท่วม เหมือนที่หาดใหญ่  มันไม่ใช่นะ  ม่ายช่ายยยยยยยย cry

#6 By 12345 on 2013-01-16 07:47

น้ำไปแล้ว
แต่เหลือตะกอนไว้ให้..
big smile
ดีจังค่ะ ที่ในเรื่องราวที่ไ่ม่ดี ยังมีเรื่องดีๆ ส่องสว่าง..
ตอนน้ำท่วมแอ้ไม่เดือดร้อนมากนัก เพราะอยู่อพาร์ตเมนต์ชั้นสูงๆ
และน้ำท่วมออฟฟิศก่อน จึงได้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดแห้งๆ ๓ สัปดาห์
แต่ก็ไม่อยากให้เกิดแบบนั้นอีกแล้ว 
สงสารทุกๆ คนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงทางอ้อม

#4 By แอ้ on 2013-01-15 00:51

@holmeshome ขอบคุณมากครับที่ติดตาม แหะๆ เห็นพี่อัพเดี๋ยวตามไปอ่านนะครับ ออกงานก่อน
ปล.บางที่ก็เรียกพี่แจ้เป็นพี่แช่เหมือนกัน เวลาเปิดเพลงพี่แช่แล้วเรียกฮาๆกับอาๆแถวบ้านๆquestion

#3 By redtear on 2013-01-14 20:04

ฟังเพลงพี่แช่เพลิน (<- - เอ๊ะ เวลาน้องแกล้งเรียกพี่แจ้
จะเรียกแบบนี้หรือเปล่าคะ หรือจะเฉพาะคนใต้ cry )
.
ลืมบอกสองเรื่องค่ะ กว่าจะกลับเข้า exteen ได้อีกครั้ง
แทบสะอื้น T T มันเอาแต่กำลังเชื่อมต่อ แต่ไม่ไปไหนเลย
.
เรื่องแรก ชอบรูปหยดน้ำตาแดงค่ะ
เรื่องนี้เก็บไว้ ตั้งแต่เห็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฏาคมมั้งคะ
ดูสิ เก็บไว้นานมาก ฮ่าๆๆ question
.
เรื่องที่สอง ดีใจที่เห็นน้องกลับมาเขียนอีกครั้งค่ะ big smile

#2 By Mrs. Holmes on 2013-01-14 19:59

Hot! ชอบมากค่ะ
อ่านแล้วซึ้ง ๆ เจือเศร้าในที แบบที่่พี่ชอบนัก question

#1 By Mrs. Holmes on 2013-01-14 19:38