คิมหันต์พิศวาส

posted on 07 Mar 2013 23:17 by redtear
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
























ผมนัดเธอที่สยาม อากาศร้อนระอุดั่งจะแผดเผาร่างกายเราให้หลอมละลายไปกับพื้นคอนกรีต แล้วไหลลงสู่ท่อระบายน้ำอันโสโครกมืดมิดอันธการ ผมมาถึงก่อนเธอสักราว 15 นาที เมื่อผมพบเธอเรายิ้มให้กันเท่านั้น ปราศจากถ้อยคำใดหล่นร่วงออกจากริมฝีปากของเราสอง นั่นเป็นวิธีการที่เราทักทายกันเสมอมาตั้งแต่เรารู้จักเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สองปีก่อน เราพูดคุยเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ราวกับมีสายหมอกหนาทึบกั้นกลางระหว่างความสัมพันธ์ของเราเสมอมา 






เราตกลงดูภาพยนต์ที่โรงหนังลิโด้ เป็นภาพยนต์โรแมนติกคอมเมดี้ ผมใคร่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้ แต่ความมืดในโรงหนังทำให้ผมไม่สามารถพิศเพ่งมองใบหน้าเธอได้อย่างชัดเจน ผู้คนต่างหัวเราะกับมุกที่ผู้กำกับบรรจงใส่ไว้ในหนัง แต่ไม่ใช่เธอ 






บางคราวไหล่ของเธอแนบชิดไหล่ของผม กรุ่นกลิ่นเรือนผมของเธอโชยอ่อน เธอดูหนังอย่างตั้งใจไม่พูดคุยหรือหยิบมือถือมาเล่นอย่างที่ใครๆเขาทำ แม้ดวงตาของเธอจะแน่วนิ่ง แต่ทว่าสมองของเธออาจกำลังทำงานอย่างหนักตลอดเวลา เธอมีเสน่ห์เหลือเกินในยามนี้ จนผมรู้สึกอยากจุมพิตลงบนแก้มของเธอ






เมื่อหนังเรื่องนั้นจบ ผู้คนทยอยออกจากประตูทางออก ผมทำท่าจะลุกขึ้นตาม เธอกลับฉุดมือผมไว้เป็นนัยว่ารอต่ออีกนิด เธอต้องการดูเครดิตของหนังเรื่องนี้ไว้ด้วย ผมไม่อาจทราบเธอต้องการจดจำชื่อนักแสดงตัวประกอบ หรือผู้ทำงานเบื้องหลังเหล่านี้ไปทำไม ราวกับเธอประสงค์ฝึกตนเป็นให้กลายคอมพิวเตอร์ที่บันทึกรายละเอียดเล็กน้อยแยกย่อยเข้าสู่หน่วยความจำบันทึกเป็นแฟ้มไว้เป็นระบบระเบียบ สามารถเรียกดูข้อมูลเมื่อใดก็ได้ยามต้องการ จนกระทั่งเครดิตสุดท้ายเลือนหาย จอดำมืดสนิท เธอยังคงนั่งนิ่งราวกับกลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ไพศาลของโรงหนัง และกำลังโอบกอดความเปล่าเปลี่ยวของสถาณที่นี้ยามร้างไร้ฝูงชนไว้แต่เพียงผู้เดียว






เราเดินเตร็ตเตร่ไปตามทางเท้า ผมขออาสาไปส่งเธอ เราเดินเคียงข้างกันจนผมรู้สึกว่า เราหายใจจนเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จังหวะก้าวย่างเราก็เดินอย่างพร้อมเพรียงดั่งฝีเท้าของวงดุริยางค์ที่ขบเคี่ยวฝึกซ้อมต่อเนื่องหลายต่อหลายคืน  ยิ่งคิดยิ่งทำให้จิตใจเร่าร้อนขึ้นมา อยากบอกความรู้สึกดีๆที่มีต่อเธอ ที่ผมเก็บงำไว้ตลอดสองปีที่ผ่านมาแก่เธอ 






ผมเลือกระงับความรู้สึกไว้  แล้วมอบแผ่นซีดีเพลงที่เตรียมมาให้เธอ มอบให้เธอก่อนเราจะแยกกันที่ซอยหน้าบ้านของเธอ






เวลาผ่านไป2-3 วัน ผมแกล้งโทรไตร่ถามว่าเธอได้ฟังเพลงในซีดีแล้วหรือไม่ ผมคัดสรรเพลงรักเหล่านั้นจากความรู้สึก มั่นหมายบอกให้เธอได้รับความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอผ่านบทเพลง 







'ถ้าฉันคุกเข่าลงอ้อนวอนต่อเธอ
ถ้าฉันข้ามมหาสมุทรนับล้าน
เพียงเพื่อได้อยู่เคียงข้างเธอ
เธอจะทำให้ฉันผิดหวังไหม
หากปีนเขาสูงที่สุดเพียง
เพื่อจะโอบกระชับเธอไว้ให้แน่น
หากฉันบอกว่าฉันรักเธอทุกค่ำคืน
เธอจะทำให้ฉันผิดหวังไหม'







เธอบอกได้ฟังแล้ว เธอชอบมัน ทว่าน้ำเสียงของเธอกลับราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เดาไม่ออกว่าเธอนึกคิดเช่นไร ท่าทีเช่นนี้ดุจมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ยากที่จะก้าวข้ามได้อย่างง่ายดาย เธอเปลี่ยนเรื่องคุย และนัดผมออกไปสวนสาธารณะ ในวันหยุดที่กำลังจะมาถึงนี้






เราพบกันอีกครั้ง ที่สวนสาธารณะ วันนี้เธอดูเปลี่ยนไป ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริงกว่าก่อนเก่า เราเลือกจักรยานจากร้านเช่าในที่แห่งนั้น เธอนั่งซ้อนทาย ผมขับขี่ บางคราผมเร่งปั่นฟืนเฟืองดุจนกฮัมมิ่งเบิร์ดขยับปีกดูดดื่มเกสรดอกไม้ยามเช้า อาจด้วยเพราะเป็นสุขจากรอยยิ้มละไมนั้น ทว่าก็ต้องลดจังหวะการปั่นเนิบช้าลงเพราะเกรงว่าเธออาจตกลงได้รับบาดเจ็บ เธอแนบอิงแผ่นหลังของผม สองมือสวมกุมกอดเอว ในสายตาคนอื่นๆ คงมองเราเป็นคู่รักที่หวานชื่น เธอเอ่ยถามผมว่าเคยรักใครหรือเปล่า วลีดังกล่าวทำให้ใจผมหวามวาบเหมือนร่างกายตกจากที่สูงลงสู่หุบเหวลึก






หลังจากการพบครั้งนั้น เราคุยโทรศัพท์ทุกวันคืน ผมคล้ายดั่งสวมวิญญาณนักกวีเล่าขานเรื่องราวไม่รู้จบสิ้นให้เธอฟัง เธอก็เช่นเดียวกัน คุยอย่างออกอรรถรส หัวเราะกับมุกตลกที่ผมขานกล่าว บางคราผมส่งเธอเข้านอนโดยที่สัญญาณโทรศัพท์มิได้ถูกตัดขาด เมื่อแน่ชัดว่าเธออยู่ในห้วงนิทธารมณ์แล้วจึงค่อยกดปุ่มตัดสายนั้นเสีย ราวกับว่ากำแพงทั้งหลายได้ทลายลง แก้วที่ห่อหุ้มความรู้สึกภายในใจของผมบิดแตกปริร้าว ผมแน่ใจชัดแจ้งหากผมไม่บอกชอบเธอในเวลานี้ และปล่อยผ่านไปผมคงหมดความกล้าเช่นนี้ไปตลอดกาล






ผมตัดสินใจโทรบอกเธอในคืนหนึ่ง ผมบอกความรู้สึกผมไปหมดสิ้น ความประทับใจของผมที่มีต่อเธอ เพราะอะไรผมถึงชอบเธอ เธอได้แต่นิ่งเงียบรับฟัง ไม่มีคำพูดตอบโต้ มีเพียงผมพร่ำพูดคนเดียวดุจคนบ้าใบ้ ยิ่งเธอเงียบงัน ผมยิ่งรู้สึกคล้ายกับนักสู้ที่ไม่มีเกราะป้องกันร่างกาย ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกการ์ดขึ้นปกป้องตัว หากคู่ต่อสู้ทำร้ายจนสิ้นชีพก็คงต้องยอมโดยดุษฎี ผมได้เพียงเว้าวอนร้องขอชีวิต






เธอขอยังไม่ให้คำตอบตอนนี้ และผมก็ยินดีรอจนกว่าเธอจะพร้อมและยอมรับคำตัดสินของเธอ จนเมื่อจดหมายฉบับหนึงส่งมาถึงมือผม เธอเขียนมาบอกการตัดสินใจของเธอและเหตุผล ที่เธอไม่สามารถรับความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอได้ เธอมีชายคนหนึ่งอยู่ในหัวใจแล้ว การที่เธอดูเหมือนมิใช่คนเดิม กลายเปลี่ยนเป็นสดใสมากขึ้นนั้นไม่ใช่เพราะผม แต่เป็นเพราะชายคนนั้น ที่ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงมองโลกในแง่ดีกว่าเดิม ส่วนผมตัดสินใจเขียนจดหมายตอบกลับไป ขอโทษที่ทำให้เธอต้องลำบากใจ และขอเวลาคิดทบทวนอะไรคนเดียวสักพัก เธอมิได้ตอบกลับจดหมายใดๆมา แต่ผมคิดได้ว่านั่นคือเสียงตอบรับข้อตกลงระหว่างเรา 






ฤดูหนาวย่างก้าวเข้ามาเงียบงัน บรรยากาศห่มคลุมความเศร้า ผู้คนสูดรับลมหายใจความเดียวดาย ผมนึกย้อนไปทบทวนฤดูร้อนที่ผ่านมา ว่าผมผ่านความทุกข์ความผิดหวังที่ยากจะยอมรับมาได้อย่างไร หลายคนอยากมีไทม์แมชชีนไว้ย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขอดีตที่แสนเจ็บปวดของตน ในทางตรงกันข้าม หากผมสามารถย้อนเวลาสู่อดีตกาลได้จริง ผมเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น จะไม่เปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ใดๆที่ได้เกิดขึ้นและผันผ่านไปแล้ว ผมยังคงเลือกที่จะสารภาพความรู้สึกนั้นแก่เธอให้หมดสิ้น






ผมสรุปตามแต่ใจตัวเองว่าหากฤดูร้อนที่ผ่านมาปราศจากความรักอันมอดไหม้ครั้งนั้น ผมคงไม่มีความทรงจำให้อื่นใดให้นึกถึง และไม่ได้เรียนรู้ เติบโต แตกกิ่งก้านทางความคิดและอารมณ์จากความผิดหวัง เพราะชีวิตนั้นแสนสั้นเกินกว่าจะเก็บซ่อนความทุกข์และนิ่งเฉยโดยไม่ทำสิ่งที่หัวใจร่ำร้องปราถนา...

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



------------------------------------------------

เครดิตแปลเพลง Because I love you  
 
ปล.เพลง คิมหันต์พิศวาส ต้นฉบับเนื้อร้องและทำนองคือเพลง summer kisses winter tears ร้องโดย Elvis Presley

 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 19 Jul 2013 02:14:28 by redtear

Comment

Comment:

Tweet

I thought I'd have to read a book for a <a href="http://kdueufw.com">dieosvcry</a> like this!

#11 By lnRUSFY8 (91.195.250.60) on 2013-07-16 18:47

It's a plrsauee to find someone who can think so clearly

#10 By SQ0g8G1LRX (82.165.149.254) on 2013-07-14 05:45

บางครั้ง..ยามที่โดนปฏิเสธ..ไม่ว่าเรื่องอะไร..มักจะคิดว่า
"ไม่น่าเลยเรา" 
เมื่อเวลามันผ่านไป..ฉันกลับพบว่า
ดีแล้วที่ทำ...อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้ว่า..สิ่งนั้นมันเกิดผลอย่างไร
link youtube เปิดเพลงฟังไม่ได้ค่ะ
ไม่ได้เข้ามานานแล้ว...แต่ยังคงอ่านของคุณเหมือนเดิมค่ะ big smile  
ชอบประโยคที่ว่า
"หากฤดูร้อนที่ผ่านมาปราศจากความรักอันมอดไหม้ครั้งนั้น ผมคงไม่มีความทรงจำให้อื่นใดให้นึกถึง"
อ่านแล้ว น้ำตาจะไหลพิกลๆ

#9 By Naphathara on 2013-05-29 19:03

คิดว่าความทรงจำบางอย่างมันมีตะกอน
แม้ว่าภาพบางอย่างจะเลือนหายไปแล้วก็เถอะ
แต่กับบางอย่าง
ก็ยังคงติดค้างอยู่ในใจ

ไม่ได้สุข ไม่ได้ทุกข์อะไรหรอก
ชีวิตก็เป็นของมันอย่างนี้แหละ

* หายไปนานพอดูเลยนะฮะ

#8 By kae on 2013-04-29 02:27

คิดว่าเรื่องจริง :P
แค่ได้รัก และ มอบความรู้สึก ดีดี .. กล้าหาญ ที่จะแสดงออกไปอย่างชัดเจน ก็แมน มากแล้ว..
ชอบเอนทรี่นี้... ความรัก ไม่ต้อง ครอบครองเสมอไปหรอกนะ big smile
เหมือนข้างต้น ตอนแรกข้าพเจ้าคิดว่า เป็นเรื่องราวของท่านกับคุณนุ้ยเสียอีก 
ช่วงแรกอ่านไปอมยิ้มไป สุดท้ายเศร้าเน้อ
'เพราะชีวิตนั้นแสนสั้นเกินกว่าจะเก็บซ่อนความทุกข์และนิ่งเฉยโดยไม่ทำสิ่งที่หัวใจร่ำร้องปราถนา'
แต่อย่างที่ท่อนด้านบนว่า big smile Hot!

#5 By hongsoo on 2013-03-10 00:39

ตอนแรกที่อ่านนึกว่าจะมาเล่าความหลัง สมัยเจอกับคุณนุ้ยแรกๆ ซะอีก question

#4 By นกไร้ขา on 2013-03-09 08:27

Hot! big smile

#3 By sofa on 2013-03-08 12:55

ยังเขียนไได้ลื่นเหมือนเดิมนะ

#2 By LungDeng on 2013-03-08 11:05

หายไปนาน
กลับมาเขียนคราวนี้ต่างไปจากเดิมนะ
แต่ก็ชอบ
ขอให้สนุกกับการลองเขียนอะไรใหม่ๆต่อไป   big smile