Insomnia (2002)

posted on 19 Jul 2013 01:50 by redtear









มีสปอยล์หนังเรื่อง insomnia(2002) ใครยังไม่ได้ดูและคิดว่าจะดู ข้ามเอ็นทรี่นี้ได้เลยครับ











ห่างหายจากบล็อกที่นี่ไปนานพอดู เพราะไม่ค่อยมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ ไม่มีไอเดีย ไม่มีข้อคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์ ถ้าจะมีก็มีแต่บ่นเล่าเรื่องชีวิตการงานที่น่าเบื่อเท่านั้น ก็เกรงว่าคนเพื่อนๆที่แวะเวียนมาอ่าน หรือคนที่หลงผ่านมาจะเบื่อไปเสียก่อน











แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องน่าที่จะเล่าสู่กันฟังในช่วงนี้เสียทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่าคนที่ผมต้องทำงานด้วยกันคนหนึ่ง จากการสังเกตุที่ผมสังเกตุการกระทำหลายๆอย่างของคนนี้ ดูว่าจะมีอคติต่อตัวผม แน่นอนผมเป็นทุกข์กับการเป็นคนถูกกระทำ แต่ก็ชั่วครั้งชั่วคราว ถ้าไม่นึกถึงหรือไม่เจอผลกระทบจากคนคนนี้บ่อยๆ ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนต่ออารมณ์ใดๆมากนัก แต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่าปล่อยวางเรื่องนี้ได้เสียทีเดียว











ผมลองทบทวนการกระทำของคนดังกล่าวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จิตใจของผมเอง ผมคิดได้ว่าถ้าผมตอบโต้อะไรบางอย่างก็น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้คนคนนี้หยุดได้บ้าง แต่ก็จะเป็นปัญหาต่อการทำงานร่วมกันในภายภาคหน้า แต่ถ้าผมไม่ทำอะไรเลย ก็ต้องเก็บความอัดอั้นนี้ต่อไป และก็คงไม่ดีนักต่ออารมณ์ของตัวเอง ทว่ามีคำพูดของพี่คนหนึ่ง พอที่จะช่วยคลายความทุกข์นี้ได้บ้าง คือ ในขณะที่เราตัวเราที่เก็บคำแย่ๆของคนที่พูดนั้นมาคิดทำร้ายตัวเอง คนที่ด่าว่าเราเขาไม่ได้มานั่งคิดอะไรกับเราด้วยแล้วหรอก











จนวันนี้ผมได้นึกถึงหนังเรื่อง insomnia(2002) แสดงโดยอัลปาชิโน่ และโรบิ้น วิลเลี่ยม (จากนี้spoil) อัลปาชิโน่ เป็นตำรวจมีฝีมือ ชื่อ Det. Will Dormer แต่ก็มีชนักติดหลังเรื่องแอบทำหลักฐานทางนิติเวชเพื่อจับฆาตกร ที่กำลังจะหลุดลอยนวลเพียงเพราะหฃักฐานไม่พอเพียง โดยมีคู่หูอีกคนหนึ่งรู้เห็นเป็นใจ











เวลาผ่านไปหลายปี พวกเขาถูกส่งมายังเมืองๆหนึ่ง ซึ่งมาจับฆาตกรที่ได้ฆ่านักศึกษาสาวอย่างโหดเหี้ยม (ฆาตกรแสดงโดย โรบิ้น วิลเลี่ยม)
ในขณะเดียวกันคดีเก่าที่ตำรวจทั้งคู่ทำหลักฐานปลอมกำลังจะถูกรื้อและตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบขององค์กรภายในตำรวจ ซึ่งตำรวจคู่หูของ Det. Will Dormer กำลังจะยอมรับผิดและให้การซัดทอดถึง Det. Will Dormer และเขาไม่อยากพังทลายในหน้าที่การงาน











วันหนึ่งได้เบาะแสคนร้าย Det. Will Dormer และคู่หูผสานกำลังกับ ตำรวจท้องถื่น เพื่อจะจับกุมWalter Finch ฆาตกร ที่ขณะนั้นยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย และตอนนั้นมีหมอกลงหนา ผู้ร้ายมีปืน ในความพร่ามัวนั้นDet. Will Dormer ได้พลั้งลั่นกระสุนใส่คู่หูของเขาตาย ซึ่งจิตใจเขาสับสนเขาตั้งใจยิงหรือไม่ และดีแล้วหรือไม่ที่คู่หูเขาตายไปพร้อมความลับเรื่องคดีเก่าตลอดกาล











แต่สิ่งที่เขาตั้งใจทำตอนนี้ และเห็นสมควร คือโยนความผิดให้ ฆาตกรว่ายิงตำรวจคู่หูเขาตาย และพยายามสร้างหลักฐานสับเปลี่ยนกระสุน ของตนเองที่ยิงคู่หู กับปืนของคนร้ายที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ แต่โชคไม่ดีนักที่คนร้าย Walter Finch เห็นเหตุเหตุการ์ณที่ Det. Will Dormer ยิงคู่หูและพยายามโบ้ยว่า Walter Finch ฆาตกรเป็นผู้ทำ











Walter Finch ติดต่อ Det. Will Dormer และข่มขู่ว่าจะแฉเหตุการณ์ที่ Det. Will Dormer ฆ่าคู่หูตาย โดยต่อรองให้ร่วมมือกับตน ช่วยแนะนำและควบคุมการสอบสวนให้ป้ายความผิดให้แฟนหนุ่มของนักศึกษาสาวเป็นแพะแทน ในขณะที่พบปะกัน  Walter Finch แฉสาเหตุที่เขาลงมือฆ่านักศึกษา ว่า Walter Finch รู้จักนักศึกษาผู้ตายสักพักใหญ่เพราะเธอเป็นแฟนหนังสือของเขา เธอมักจะเล่าถึงการถูกทำร้ายร่างกายจากแฟนหนุ่ม และวันที่เธอถูกฆ่าเธอทะเลาะกับแฟนหนุ่มและถูกทำร้ายมาอีกครั้ง และเธอจึงมาปรึกษา Walter Finch  ส่วนWalter Finch ก็รักหลงนักศึกษาสาวเป็นทุนเดิม ด้วยความอาทรนั้น เขาเผลอจูบเธอ และนั่นเท่ากับเขาได้เผยความรู้สึกไปแล้ว ทว่าหล่อนเห็นเป็นเรื่องขบขัน หัวเราะเยาะเขา และทำให้เขารู้สึกเสียหน้า ถูกดูถูกจากเด็กสาวคราวลูกของตน เขาชกหล่อนไปเต็มแรง ทันใดหล่อนกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันเสียแล้ว เขาไม่หยุดยั้ง ไม่ปรานีใดๆ จนกระทั้งเธอตาย Walter Finch อ้างกับ Det. Will Dormer ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ











เรื่องราวหลังจากนี้ ก็เป็นภาระของ Det. Will Dormer ที่จะยอมรับเงื่อนไขของฆาตกรอย่าง Walter Finch เพื่อผลประโยชน์ของทั้งคู่ หรือเลือกความทุกต้อง อย่างที่มันควรจะเป็นแต่แรก











ผมคิดว่าเรื่อง Insomnia กำลังบอกแก่ผมว่า เรื่องราวต่างๆจะไม่เกิดถ้าไม่มีความยึดมั่นถือมั่นใดๆในจิตใจมนุษย์











Det. Will Dormer จะยอมรับสารภาพว่า ยิงคู่หูโดยพลั้งพลาด ยอมรับการตรวจสอบที่จะเกิดขึ้น จะไม่ร่วมมือกับ  Walter Finch เพื่อป้ายความผิดให้แก่แฟนหนุ่มผู้ตาย ถ้าเขาไม่ยึดมั่นต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงานที่สั่งสมมาตลอดชีวิต และ Det. Will Dormer จะไม่สร้างหลักฐานเท็จ ในคดีเก่า จะไม่มีชนักติดหลังใดๆ ถ้าเขาปล่อยให้การสืบสวนเป็นไปตามกระบวนการของมัน และหาหลักฐานที่เป็นหลักฐานจริงๆมาเอาผิดคนร้าย












ส่วน Walter Finch จะไม่ฆ่านักศึกษาสาว ถ้าเขาไม่ยึดมั่นในการคาดหวังว่า เด็กสาวควรเคารพเขา ควรให้เกียรติเขา ไม่หัวเราะต่อการกระทำโง่ๆของเขา ให้เขาขายขี้หน้า ที่จริงเขาควรหัวเราะไปกับเธอเสียด้วยซ้ำ










ถ้าในโลกแห่งความเป็นจริงที่ผมเห็น มนุษย์์ทุกคนย่อมมีสามัญสำนึกและสามารถแบ่งแยกผิดชอบชั่วดีได้ แต่จิตใจด้านมืดต่างหากที่เข้าครอบงำ เข้าใจสิ่งที่ผิดเป็นถูก มองเห็นสิ่งที่ถูกเป็นผิดไป หากได้หยุดคิดและไตร่ตรองโดยเนื้อแท้ ให้ลึกซึ้ง เราก็จะมีสิติทำในสิ่งที่ถูกที่ควร สัญญาในใจของเราจะพลิกกลับแล้วจะสามารถมองเห็นสิ่งใดๆตามสภาพที่เป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น นักท่องอินเตอร์เนตคงจะไม่ด่ากัน ถ้าไม่มานั่งมองและัจับผิดว่าความคิดเห็นตนถูกต้องดีกว่าคนอื่น คนอื่นคิดเลวกว่าตน นักการเมืองจะไม่โกงกิน ถ้าไม่เห็นเม็ดเงินที่เข้ากระเป๋าตัวเองสำคัญกว่า เงินที่จะนำมาพัฒนาประเทศ พ่อแม่จะไม่บังคับลูกจนเกินไป ถ้าไม่ยึดติดว่าลูกต้องเป็นแบบที่ตัวเองวางแผนไว้ คนเราจะไม่ให้สินบนเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่มองเห็นว่าใครๆก็ทำและมันช่วยมอบสิทธิพิเศษแก่ตน พระปลอมจะไม่หากินกับศาสนาให้พุทธศาสนามัวหมอง ถ้าไม่ยึดมั่นในกิเลส อยากได้เงินทองที่หลอกลวง ฉ้อโกง ปชช.มา และอื่นๆอีกมากมาย











ส่วนตัวผมเองก็คิดได้ว่าผมคงจะไม่มานั่งทุกข์ จากคำพูดแย่ๆของคนคนนั้น ถ้าผมไม่ยึดติดว่าที่จริงแล้ว ผมไม่ต้องการคำด่าทอ ผมต้องการคำพูดจาหวานไพเราะจะคนรอบข้าง เพราะทั้งนี้ ทุกข์ สุข ลาถ ยศ สรรเสริญ นินทา เสื่อมลาภ เลื่อมยศ ก็เป็นธรรมดาของโลกมันอยู่แล้ว











จากเรื่องนี้ ผมจึงหวังว่าครั้งนี้ผมจะคิดถูกเสียที











edit @ 19 Jul 2013 02:11:03 by redtear

edit @ 19 Jul 2013 02:12:50 by redtear

Comment

Comment:

Tweet

ผมว่ามันเป็นหนังที่เศร้าอยู่ลึก ๆ นะ
เห็นแววตา Dormer แล้วสงสาร
ยิ่งเวลานอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา
เหมือนคนรู้สึกผิดในใจ
หนัง Nolan ส่วนใหญ่ก็อย่างนี้เลย (นอกจากแบทแมน)
คือพระเอกมันจะเจ็บปวดตลอด
(บรรทัดต่อจากนี้คิดว่าคงไม่ใช่สปอยล์นะฮะ เพราะไม่ใช่เนื้อหาหลักของเรื่อง)

Memento / The Prestige / Inception เมียตายเหมือนกันหมดเลย
แล้วแต่ละคนก็ทนทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์นั้น
แต่ก็อย่างที่คุณว่า การเลือกทำ ของแต่ละคน สามัญสำนึกนั่นแหละที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร ผิดชอบชั่วดีเป็นอย่างไร เราต่างรับรู้กันอยู่
พระเอกของหนังสามเรื่องที่ว่า เรื่องราวตอนท้ายก็แตกต่างกันไป
เพราะว่าเลือกทำไม่เหมือนกัน

จะตอบโต้ จะปล่อยวาง หรือจะอะไรยังไง
ผมว่าก็อยู่ที่เราเองนั่นแหละครับ
ว่าจะยอมรับผลที่ตามมาได้ไหม
จากการกระทำของเรา

#5 By kae on 2013-08-18 14:20

อืม ดูนานแล้ว จำเนื้อหาไม่ค่อยได้แล้วละ
แต่ถ้านอนไม่หลับ ก็จะนึกถึงศัพท์ insomnia
แล้วหน้าของ อัล ปาชิโน่ และโรบิ้น วิลเลี่ยมก็จะลอยมา
...
อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ต้องไม่คิดมาก+คาดหวังนะคะ
"พี่เขา" เคยพูดติดตลกให้ฟังขำ ๆ ว่า
"มหา'ลัยสอนเราเรื่องยูโทเปียทำไมนะ
ทั้งที่มันไม่เคยมีจริง"
(คณะที่พี่เขาเรียน เขาเน้นเรื่องนี้ เหอเหอ)
...
หวังเพียงว่าสังคมมันจะไม่เละเทะตุ้มเป๊ะไปกว่านี้ค่ะ
...
ส่วนเรื่องงาน แหม พี่อยากเขียนจัง แต่ไม่รู้จะพูดออกมายังไงนะ
อืม คือว่าคนรอบข้างเจอปัญหานี้บ่อย พี่เลยเหมือนกรอเทปน่ะ
พูดซ้ำไปซ้ำมา จนลืมหมดแล้ว ฮ่าๆๆ
...
คือคนมักคิดว่า มีแต่ผู้หญิงที่เจอเรื่องจุกจิกจากคนจุ๊กจิ๊ก
แต่ความจริง ผู้ชายก็เจอนะ แล้วก็เจอยิ่งกว่าด้วย
(พยายามกัดปากไม่ให้เอ่ยคำหยาบ ฮ่าๆๆๆ)
...
ถ้าเป็นพี่สมัยก่อน คงแนะนำให้บู๊ไปเลยนะ
แต่พี่ในสมัยนี้ พี่คิดว่าไม่มีประโยชน์
ออกจะมันกว่ามากด้วย ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายเต้นไปฝ่ายเดียว
โดยที่มีเราแย้มยิ้มให้ อิอิ
คนบางคน ไปด่า ไปโกรธเกลียดชิงชัง ไม่ได้ผลหรอกค่ะ
จะยิ่งทำให้เขาคิดว่า เราสมควรกับการกระทำของเขา
...
พยายามอดทนไว้ค่ะ ท่องไว้
เราไม่ได้เป็นฝ่ายทำผิดคิดร้าย
ฝ่ายที่ทำผิดคิดร้ายต่างหากที่ต้องคิดมาก ต้องทุกข์ใจ
...
ถ้ามีอะไรก็ฟ้องพี่ได้ค่ะ ไม่ต้องฟ้องในห้องลับหรอกค่ะ
เพราะมันเป็นห้องลับที่มีคน 17-18 คน ฮ่าๆๆๆ
จะโทรหรือจะส่งข้อความหลังไมค์ของ FB ก็ได้ค่ะ
มันอาจต้องทดลองหลาย ๆ วิธีในระยะเริ่มต้น
ไม่ว่าจะพูดให้ใครสักคนฟัง เขียนมันออกมา
หรือก่นด่าบ้าใบ้อยู่คนเดียว
ก็ต้องลอง ๆ ทำไปค่ะ เราไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่นา
จะได้ฝึกไม่โกรธไม่บ้าได้ในคราวเดียว อิอิ question
...
อะ พี่ถูกเรียกตัวแล้ว ไปละ
อ้อ ใช่ ๆ ๆ เรื่องแหวนโซโลมอน อย่าลืมเสียละ

#4 By Mrs. Holmes on 2013-07-25 00:24

อ่านบรรทัดแรกแล้ว พี่ดูแล้ว
เลยอยากพิมพ์บอกก่อน อิอิ question

#3 By Mrs. Holmes on 2013-07-24 23:52

โอ๊ะโอ พี่ตกใจนะที่อัพบล็อก
ขอตกใจก่อน แล้วก็เพลงเพราะดี cry

#2 By Mrs. Holmes on 2013-07-24 23:48

นึกถึงนิทานเซ็นเรื่องนึงเลย
ที่ว่ามีพระเซ็นอยู่ 2 รูป กำลังเดินทางกลับวัดด้วยกัน  
ระหว่างทางเดินมาถึงแม่น้ำ 
เจอหญิงสาวผู้หนึ่งต้องการข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง
แต่นางว่ายน้ำไม่เป็น

พระเซ็นผู้อาวุโสกว่า อาสาอุ้มหญิงสาวผู้นี้ข้ามแม่น้ำ
ทำให้พระอีกรูปรู้สึกตะขิดตะขวงใจเป็นอย่างมาก

กลับมาถึงวัด พระเซ็นผู้อาวุโสไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเลย ทำให้พระเซ็นหนุ่มอดรนทนไม่ได้ต้องเข้าไปถาม

"ท่านเป็นพระ แล้วไปอุ้มหญิงสาวผู้นั้น เป็นเรื่องถูกต้องหรือ"
พระหนุ่มถาม

"นี่ท่านยังไม่วางนางผู้นั้นลงอีกหรือ"
พระอาวุโสกล่าวตอบ
"อาตมาวางนางลงที่ริมเม่น้ำนั่นตั้งนานแล้วนะ"
...
...
ถ้าเราไม่ถือเราก็ไม่หนัก
big smile